ภูซางระทมน้ำป่าจาก ‘วิภา’ พัดจม 2 ตำบล ไม่ต่ำกว่าพันหลังคา นอภ.ภูซางเร่งลงพื้นที่สั่งช่วยชาวบ้านด่วน ด้าน จนท.กู้ภัย ทหาร ตชด. วัด ไม่รอช้ารุดช่วยเต็มพิกัด
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ที่จ.พะเยา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์พายุ “วิภา” ที่พัดเข้าถล่มในหลายพื้นที่ของจ.พะเยาทั้ง 9 อำเภอ ล่าสุดเช้าวันนี้ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังอ.ภูซาง บริเวณบ้านป่าฮ้อม ม.4 และ บ้านดอนมูล ม.8 ต.เชียงแรง อ.ภูซาง จ.พะเยา หลังจากชาวบ้านแจ้งเข้ามาว่าเดือดร้อนหนักเพราะช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. (23 กรกฎาคม) ที่ผ่านมากระแสน้ำ 3 สายคือ น้ำลาว น้ำญวน และน้ำเปื๋อย ได้ไหลมาสมทบกันบริเวณเขต ต.สบบง และ ต.เชียงแรง ก่อนที่จะเข้าท่วมทันทีก่อนรุ่งสาง ทำให้ชาวบ้านเก็บของหนีน้ำกันแทบไม่ทัน

ต่อมานายสมชาย วงศ์จริยะเกษม นายอำเภอภูซาง พร้อมปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่ทีม อส.อ.ภูซางรุดลงพื้นที่เพื่อประเมินสถานการณ์ก่อนสั่งการช่วยเหลือ โดยช่วงเวลาดังกล่าว มีเจ้าหน้าที่จากกู้ภัย อ.พาน มูลนิธิสว่างพะเยาสำนักงานใหญ่ อ.ภูซาง ตชด.326 อ.เชียงคำ ทหารจาก ร.17 พัน 4 ค่ายขุนจอมธรรม ทีมเจ็ตสกีจาก จ.เชียงราย รวมทั้งพระครูปิยชัยสิทธิ์ เจ้าอาวาสวัดร้องเก่า เข้าช่วยเหลือในเรื่องของการนำคนออกมาจากบ้านที่น้ำท่วม รวมทั้งแจกจ่ายข้าวปลาอาหารในเวลาต่อมา

นายสมชาย กล่าวว่า ตอนนี้สถานการณ์เริ่มเข้าสู่ภาวะน้ำลดแล้ว ซึ่งตอนนี้หากไม่มีฝนเติมหรือน้ำเหนือไหลมาเพิ่ม คาดว่าไม่ช้าพื้นที่ในส่วนของต.เชียงแรงจะเข้าสู่ภาวะปกติอย่างแน่นอน จากการสำรวจความเสียหายเบื้องต้นในเวลานี้เฉพาะพื้นที่ของ ต.เชียงแรงนั้น มีทั้งหมด 625 ครัวเรือน 1,679 ราย ซึ่งเวลานี้เจ้าหน้าที่ทั้งทางทหารและทางกู้ภัยของพื้นที่ภูซางยังคงช่วยเหลือชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการช่วยเหลือต่อไปนั้นต้องรอน้ำลดจนแห้งสนิทก่อนถึงจะสามารถประเมินความเสียหายทั้งหมดได้ ทั้งนี้ได้มีการแจ้งผู้ว่าฯพะเยา เพื่อขอรับการช่วยเหลือต่อไป อีกทั้งในวันนี้ตนได้ประสานโรครัวพระราชทานเพื่อมาตั้งจุดทำกับข้าวแจกจ่ายชาวบ้านตลอดทั้งวันของวันนี้ด้วย

ด้านนายศรีจันทร์ เบ็ญชา นายกอบต.เชียงแรง กล่าวเสริมว่า ขณะนี้พื้นที่ของ ต.เชียงแรงหนักที่สุด ก็จะมีในส่วนของบ้านร้อง ม.1, 2, 3 บ้านป่าฮ้อม ม.4 และบ้านดอนมูล ม.8 ที่หนักที่สุด โดยส่วนใหญ่ชาวบ้านยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และได้มีทีมกู้ภัยสว่างพะเยาเข้ามาช่วยแจกจ่ายข้าว น้ำดื่ม รวมทั้งขนย้ายทั้งชาวบ้านและสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย

ขณะนี้กระแสน้ำยังไหลมาต่อเนื่องเรื่อย ๆ แต่เป็นจุดรับน้ำสุดท้ายในพื้นที่ อ.ภูซาง จ.พะเยาก่อนจะไหลส่งต่อไปยังแม่น้ำอิง อ.เทิง จ.เชียงราย โดยทราบว่าตอนนี้ชาว อ.เทิงก็เจอวิกฤตน้ำท่วมเช่นเดียวกัน





