หน้าแรก ภูมิภาค ป.ป.ช.ตรังมติ...

ป.ป.ช.ตรังมติเอกฉันท์ ชี้มูลผิด ปลัด ทต.โคกหล่อ นำรถหลวงใช้ส่วนตัว ทั้งขับไปตจว.-งานแต่ง

24.07.25 | 17:43 น.

ป.ป.ช.ตรังชี้มูลความผิด ‘ปลัด ทต.โคกหล่อ’ นำรถหลวงใช้ส่วนตัว เผยพฤติกรรมใช้เหมือนของตัวเอง จอดบ้านต่างอำเภอ ไปทั่ว งานแต่ง-ตจว. ชงฟันอาญา-วินัยร้ายแรง ผอ.ป.ป.ช.เผยตรังใช้รถหลวงเพียบ ไปบ่อนพนันยังมี ชี้มูลแล้ว 3 คดี อยู่ชั้นอัยการ


เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราบการทุจริตแห่งชาติ ประจำจังหวัดตรัง (ป.ป.ช.ตรัง) นายบัณฑิต คณะสุวรรณ์ ผอ.ป.ป.ช.ตรัง พร้อมด้วย นายยุทธนา วิมลเมือง หัวหน้ากลุ่มงานป้องกันการทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช.ตรัง แถลงข่าวว่า สืบเนื่องมาจากกรณีกล่าวหาว่า นายกเทศมนตรีตำบลโคกหล่อ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง ผู้ถูกกล่าวที่ 1 กับพวก คือ ปลัดเทศบาลตำบลโคกหล่อ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 และ เลขานุการนายกเทศมนตรีตำบลโคกหล่อ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ว่าร่วมกันกระทำความผิด โดยนำรถยนต์ส่วนกลางของเทศบาลไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตนและนอกเวลาราชการ ไม่ควบคุมกำกับดูแลหรือได้รู้เห็นกับการกระทำความผิดของผู้ใต้บังคับบัญชา

นายบัณฑิตกล่าวอีกว่า โดยมีพฤติกรรมจากการไต่สวนปรากฏว่าปลัดเทศบาลตำบลโคกหล่อ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นำรถยนต์ส่วนกลางของเทศบาลตำบลโคกหล่อ 2 คันไปใช้เป็นการส่วนตัวภายหลังเลิกงานเป็นประจำทุกวันจันทร์-ศุกร์ และจะนำรถยนต์ส่วนกลางกลับถึงสำนักงานเทศบาลในตอนเช้าของวันทำงาน โดยใช้เป็นยานพาหนะเดินทางไป-กลับ ระหว่างสำนักงานเทศบาลกับบ้านพักของตนที่ อ.รัษฎา จ.ตรัง นอกจากนี้ ยังปรากฏหลักฐานว่าได้ใช้เดินทางไปยัง จ.สุราษฎร์ธานี ใช้เดินทางไป จ.พัทลุง และใช้ไปงานมงคลสมรส ซึ่งเป็นการใช้ประโยชน์ส่วนตัว อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการใช้และรักษารถยนต์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2548 เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ

Advertisement

“คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้พิจารณาแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ด้วยคะแนน 7 เสียง จากกรณีดังกล่าวข้างต้นปรากฏว่าการกระทำของปลัดเทศบาล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 มีมูลความผิดทาอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเส้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 91 และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 และมีมูลความผิดวินัยร้ายแรง ฐานปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ มติ ครม. หรือนโยบายของรัฐบาล อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดตรัง เรื่องหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวน การลงโทษทางวินัย พ.ศ.2558 ข้อ 10 วรรคสอง” นายบัณฑิตกล่าว

นายบัณฑิตกล่าวด้วยว่า สำหรับการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 และผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 จากการไต่สวนเบื้องต้นไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่จะฟังได้ว่าได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูลให้ข้อกล่าวหาตกไป ทั้งนี้ ในส่วนของสำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยได้ส่งไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญาในศาล ซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงานสำนวนการไต่สวนเอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ตามฐานความผิดดังกล่าว ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 91(1) และ (2) และมาตรา 88 แล้วแต่กรณีต่อไป ทั้งนี้ ให้แจ้งเทศบาลตำบลโคกหล่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 82 วรรคสอง อย่างไรก็ตาม กรณีที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ผู้ถูกกล่าวหาจึงยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่

นายบัณฑิตกล่าวต่อว่า ในเรื่องการนำรถหลวงไปใช้ส่วนตัว สำหรับพื้นที่ จ.ตรัง พบว่าเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ที่ผ่านมา ป.ป.ช.เคยชี้มูลไปแล้วรวม 3 คดี โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาของชั้นอัยการ อยู่ที่อัยการจะส่งฟ้องหรือไม่ หากไม่ส่งฟ้อง ป.ป.ช.ก็จะฟ้องเอง ทั้งนี้ กว่า 96% ของคดีที่ ป.ป.ช.ฟ้องเองได้จบที่การติดคุก ดังนั้น เหตุที่ ป.ป.ช.ต้องมีอำนาจฟ้องเอง เนื่องจากที่ผ่านมามีการวิ่งคดีกันเป็นจำนวนมาก จึงมีกฎหมายให้อำนาจ ป.ป.ช.ในการยื่นฟ้องต่อศาลได้เอง

ด้านนายยุทธนากล่าวว่า เรื่องพวกนี้เหมือนเป็นอาชญากรรมซ้ำ เพราะเกิดเหตุการณ์ใช้รถหลวงในเรื่องส่วนตัวซ้ำโดยตลอด ทั้งนี้ กลุ่มงานป้องกันพบว่าพฤติการณ์มี 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.ใช้โดยไม่เหมาะสม เลยเวลา เช่น เอารถไปกินข้าว ไปร้านอาหาร ไปงานศพ งานแต่ง งานบวช อาจไม่ผิด แต่ใช้งานไม่เหมาะสม 2.ไม่ทำตามระเบียบ ไม่ขออนุญาต หรือขอไปอีกที่ แต่กลับไปอีกที และ 3.ใช้โดยทุจริต คือเอาไปใช้เสมือนรถส่วนตัว ที่ผ่านมาพาไปบ่อนการพนันก็ยังมี แถมยังเบิกค่าน้ำมันจากราชการด้วย จึงอยากฝากหน่วยราชการให้ระมัดระวัง รถหลวงสามารถใช้ได้ แต่ขอให้ใช้อย่างถูกต้อง