หน้าแรก ภูมิภาค สุดสะเทือนใจ ...

สุดสะเทือนใจ ยายเปิดใจนาทีสูญเสียหลานรัก สิ้นใจในอ้อมกอด ลูกชายสาหัส 

25.07.25 | 07:26 น.

สุดสะเทือนใจ ยายเปิดใจนาทีสูญเสียหลานรัก สิ้นใจในอ้อมกอด ลูกชายสาหัส


เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 24 กรกฎาคม นางสะทน และ นายสุธีร์ ย่าและปู่ ของ น้ำโขง เด็กชายวัย 8 ขวบ ที่เสียชีวิต จากเหตุการณ์ระเบิดตกภายในบ้านพัก ได้เปิดใจกับสื่อมวลชน หลังจากสูญเสียหลานชายอันเป็นที่รัก และลูกชายก็ยังมีอาการสาหัส รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล

นางสะทน กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเร็วมาก เราอยู่ที่บ้านอยู่เก็บของเสร็จแล้ว รอตากลับมาจากเลี้ยงควาย แล้วก็ไปรับหลานมาจากโรงเรียนเรียบร้อยแล้ว มีหลานทั้งหมด 2 คน คือ น้ำค้าง และ น้ำโขง จากนั้น ยายได้ยินเสียงดังสนั่น และควันโขมง เป็นลูกแรกเลย ตอนนั้นได้แต่วิ่งหาว่าลูกหลานอยู่ไหน พากันวิ่งก่อนการล้มลง ควันคลุ้งไปหมดมองไม่เห็นอะไรเลย และพอควันจางลงตนก็รีบวิ่งออกมาหน้าบ้านปรากฏว่าเห็นลูกหลานนอนระเนระราด หลานชายคนเล็ก นอนคว่ำหน้ากับพื้น ตนก็ร้องไห้ออกมาจนแทบสลบ

Advertisement

ลูกชายได้วิ่งมาหาและถามว่า “ แม่ น้ำโขงอยู่ไหน ” พร้อมกับ คลานตัวเองที่บาดเจ็บเพื่อเข้าไปหาลูกก่อนที่จะเอาผ้าเช็ดเลือดให้ลูก ในตอนนั้นตนบอกลูกชายว่า “ไม่ต้องคลาน เดี๋ยวแม่ไปเอาผ้ามาเช็ดให้เอง” ก็ร้องไห้และอุ้มหลานเอาไว้ในอ้อมกอด ก่อนที่จะเรียกให้คนมาช่วย แต่ตอนนั้นไม่มีใครเลยซักคน ขณะที่หลานอีกคน ก็บาดเจ็บเหมือนกัน จนพยายามเรียกสติหลาน แต่หลานนอนพะงาบๆ

พอผ่านไป 30 นาที อบต.ในหมู่บ้าน ก็ขับรถผ่าน จากนั้นก็ให้ขึ้นรถเลย เพราะเห็นว่ารอรถกู้ชีพไม่ไหวแล้ว ซึ่งเขาก็มีน้ำใจมาก ขับรถมาได้ครึ่งทางหลานคนเล็กก็นอนพะงาบ ๆ สุดท้าย ก็เสียชีวิตในอ้อมกอดของตน ไม่ทันได้ไปถึงที่โรงพยาบาล พอไปถึงที่โรงพยาบาลคุณหมอก็บอกว่า “สมองไหล หลานไม่รอดหรอก” ส่วนพ่อของน้ำโขงก็พยายามสอบถามอาการของลูกชายตลอด ซึ่งตอนนี้ก็เพิ่งออกจากห้องผ่าตัด ทางครอบครัวยังไม่ได้บอกความจริงให้กับลูกชายได้ทราบว่าตอนนี้ น้ำโขงได้เสียชีวิตแล้ว เพราะกลัวว่าลูกชายจะอาการทรุดลง

“สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันโหดร้ายมาก ประชาชนไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรด้วย อยากสาปแช่งมันให้มันเหมือนลูกหลานของเรา และฝากถึงรัฐบาลไทย ก็อยากให้มาช่วยเหลือ เพราะว่าที่อยู่อาศัยพังหมดแล้ว ” นางสะทน กล่าว

ขณะที่ นายสุธีร์ กล่าวว่า เราก็ได้ยินแต่ในข่าว แต่ไม่คิดว่าครั้งนี้มันจะมาลงตรงความหายนะของครอบครัวเรา ทั้งลูกหลาน บ้านเรือน เครื่องมือทำมาหากิน หมดเกลี้ยง ไม่มีเหลือเลย ยอมรับว่ามันทำใจลำบากมาก รับสภาพแทบจะไม่ได้ แต่ก็ต้องกัดฟันเข้มแข็งสู้ต่อ แต่ในใจมันไม่เหลืออะไรแล้ว

ในตอนนั้นตอนเอาควายออก เพื่อที่จะได้ไปส่งหลานไปโรงเรียน เพราะว่าวันนี้มีงานกีฬาสี แต่พอเอาควายออกคอกไม่ทันไร ครูที่โรงเรียนก็ประกาศว่าให้ผู้ปกครองมารับเด็กนักเรียนกลับ เนื่องจากมีเหตุการณ์ไม่สงบ จากนั้นเสียงก็ดังกระหึ่มมาจากอำเภออื่น แล้วก็ดังหนาหูมาก แต่ตอนนั้นคิดว่าน่าจะไม่ถึงในจุดที่ตนอยู่ เนื่องจากปี 54 บ้านของรอด แต่ปรากฏว่าไม่ใช่

โดยหลังจากที่เกิดขึ้นชาวบ้านก็อยู่ในภาวะตื่นตระหนกและเครียด บางคนมีการเตรียมตัวแต่เมื่อเจอสถานการณ์จริงก็ไม่สามารถเตรียมการอะไรได้ทัน อาศัยเพียงว่าให้ผ่านวันนี้ไปให้ได้ก่อน ส่วนอาหารการกินก็ถือว่า ไม่น่าเป็นห่วงเพราะว่าศูนย์อำนวยการก็ช่วยเหลือในด้านนี้ ก็ยังประทังชีวิตไปได้ในระดับหนึ่ง ก็อยากวิงวอนทุกภาคส่วนให้มีความเมตตาเพราะว่าชาวบ้านไม่เหลืออะไรแล้ว

“วันนี้เป็นวันแข่งกีฬาสีที่น้ำโขงตั้งใจอยากจะไปร่วมงาน เขาพูดตอนเช้าว่า พ่อจ๋าแม่ย่าอย่าลืมไปเชียร์โขงนะ ไม่คิดว่ามันจะเป็นคำสั่งเสียสุดท้าย ก็ขอให้ไปดีไม่มีเวรกรรมไม่มีวิบากลูกยังบริสุทธิ์ ให้ไปเป็นเทวดา ชาติหน้าฉันใดก็อย่าเจอแบบนี้อีก หนูเป็นคนดีนะลูก ทุกคนรักหนู พร้อมกับฝากไปถึงฝ่ายกัมพูชา ว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ฝ่ายพวกคุณใจอำมหิตมาก ไม่เคยคิดถึงคนบริสุทธิ์ ไม่คิดถึงชุมชน จุดที่เขาไม่ปรารถนาจุดที่มีข้อตกลงว่าห้ามมีการปะทะยิงกันแต่คุณก็ยิง กราด เพื่อใช้คำว่าชนะอันนี้พวกคุณโหดร้ายมาก ” นายสุธีร์ กล่าว