ชาวขอนแก่น นำข้าวสาร อาหาร น้ำดื่ม และของใช้ที่จำเป็นมาร่วมบริจาคอย่างต่อเนื่อง หลังมหาวิทยาลัยราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น เปิดจุดรับบริจาค เพื่อนำไปส่งมอบให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ประทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชา ขณะที่นักศึกษาหญิง ชาว จ.สุรินทร์ พาเพื่อนๆ เจียดเงินค่าข้าวร่วมบริจาคหวังเป็นส่วนยหนึ่งในการช่วยเหลือ วอนให้เหตุการณ์ยุติโดยเร็ว
เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ที่บริเวณหน้าประตูทางออก มหาวิทยาลัยราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น หรือ มทร.อีสาน วิทยาเขตขอนแก่น ริมถนนศรีจันทร์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น ซึ่งเป็นจุดที่ มทร.อีสาน วิทยาเขตขอนแก่น ได้เปิดเป็นจุดรับบริจาคอาหารและของใช้ที่จำเป็น เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ประทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชา ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 มีประชาชนชาวจังหวัดขอนแก่น ที่ทราบข่าวการเปิดจุดรับบริจาคทางโซเชียลมีเดีย ได้เดินทางนำเอาข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม รวมทั้งเงินมาบริจาคที่จุดรับบริจาค กันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน โดยหวังเป็นกำลังใจและส่วนเล็กๆ ในส่งมอบการช่วยเหลือพี่น้องชาวไทยที่ได้รับผลกระทบจากการปะทะกันในพื้นที่ชายแดนในขณะนี้
นางพิศมัย สำราญบำรุง อายุ 56 ปี ชาว ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น แม่ค้าขายน้ำหวาน เป็นหนึ่งในชาวบ้านที่เดินทางนำเอาน้ำดื่ม จำนวน 3 แพ็ค มามอบให้กับทางมหาวิทยาลัยฯ บอกว่า ช่วงเช้าตนเองเพิ่งไปทำบุญวันเกิดมา พอขับรถผ่านมาที่หน้ามหาวิทยาลัยฯ ก็ทราบว่า มีการเปิดจุดรับบริจาคสิ่งของไปช่วยเหลือประชาชนที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จึงได้นำเอาน้ำดื่มทั้งหมดมามอบให้กับเจ้าหน้าที่ฯ เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือ
เช่นเดียวกับ นางกรกรนก บุตรดี อายุ 76 ชาว ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ที่เดินทางมากดเงินสดที่ตู้ ATM ใกล้กับหน้า มทร.อีสาน วิทยาเขตขอนแก่น กล่าวว่า ตนเองได้ติดตามข่าวการประทะกันของสองประเทศ ก็เห็นว่ามีการใช้อาวุธสงครามยิงเข้ามาในพื้นที่ของไทย จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต หลังกดเงินเสร็จ ได้สังเกตเห็นป้ายประชาสัมพันธ์ที่จุดรับบริจาคฯ จึงต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่หารและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จึงได้นำเอาเงินสดจำนวนหนึ่งมาบริจาค เพื่อให้กำลังใจทหารและประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ แม้จะเป็นส่วนเล็กๆ ก็ตาม
ขณะที่ น.ส.ศยามล มีสติ นักศึกษา มทร.อีสาน วิทยาเขตขอนแก่น ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ พื้นที่ที่มีการอพยพชาวบ้านในขณะนี้ กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดสถานการณ์ขึ้นมาตนเองรู้สึกไม่สบายใจมาก และเป็นห่วงญาติพี่น้องที่อยู่ทางบ้าน แต่ละวันก็จะคอยติดตามข่าวสารและโทรหาทางบ้านอยู่เรื่อยๆ วันนี้หลังจากเรียนเสร็จจึงได้ชวนเพื่อน ๆ ในคลาสเรียน มาร่วมกันบริจาคเงินตามกำลังที่มี เพื่อจะได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือพี่น้องชาว จ.สุรินทร์ และพี่น้องคนไทยที่อาศัยอยู่ในศูนย์อพยพ
ด้าน ผศ.ประพันธ์ ยาวระ รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตขอนแก่น กล่าวว่า หลังเกิดสถานการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชมงคลอีสาน ได้สั่งการให้ มทร.อีสาน ทุกวิทยาเขต ช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ได้มากที่สุดตามภารกิจที่สามารถกระทำได้ ซึ่งมหาวิทยาลัยราชมงคลอีสานนั้น มีวิทยาเขตสุรินทร์ ที่ขณะนี้ได้เปิดเป็นศูนย์อพยพรองรับพี่น้องประชาชนในพื้นที่แนวชายแดน ให้เข้ามาพักอาศัยเพื่อความปลอดภัย ขณะนี้มีชาวบ้านเข้าพักอาศัยในศูนย์อพยพกว่า 5,000 คน และคาดว่าวันนี้จะเพิ่มขึ้นอีกกว่า 10,000 คน ทำให้มีความต้องการอาหาร และสิ่งของที่จำเป็นในการดำรงชีพ ทาง มทร.วิทยาเขตขอนแก่น จึงได้จัดตั้งศูนย์รับบริจาคฯ เพื่อรวบรวมอาหารและสิ่งของต่าง ๆ นำไปช่วยเหลือ สนับสนุนให้กับวิทยาเขตสุรินทร์ เพื่อทำการช่วยเหลือผู้อพยพที่นั้นต่อไป
นอกจากการรับบริจาคสิ่งของเครื่องใช้แล้ว มทร.อีสานวิทยาเขตขอนแก่น ยังได้รับร่วมกับสภากาชาดไทย เปิดศูนย์รับบริจาคโลหิตในภาวะวิกฤติ เพื่อเป็นการสนับสนุนช่วยเหลือในด้านการแพทย์อีกด้วย โดยประชาชนที่ต้องการบริจาคสิ่งของจำเป็นในการช่วยเหลือ โดยเฉพาะอาหาร ยารักษาโรค และของใช้สำหรับเด็กและผู้สูงอายุ สามารถนำมาบริจาคได้ที่จุดรับบริจาค บริเวณหน้าประตูทางออก มทร.อีสาน วิทยาเขตขอนแก่น ริมถนนศรีจันทร์ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น. ทุกวัน และสามารถติดต่อขอบริจาคโลหิตด้วยได้ เพื่อเป็นการส่งต่อความช่วยเหลือต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย


