สถานการณ์น้ำท่วมเมืองน่านยังวิกฤต น้ำเริ่มลดแต่ช้า ชาวบ้านเดือดร้อนหนักนับพันหลังคาเรือน
เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์อุทกภัยในเขตเทศบาลเมืองน่านและพื้นที่ใกล้เคียงยังคงน่าเป็นห่วง แม้ว่าระดับน้ำจะเริ่มลดลง แต่เป็นไปอย่างช้า โดยเฉพาะบริเวณโรงพยาบาลน่าน ขณะนี้ระดับน้ำลดลงเหลือประมาณ 90 เซนติเมตร แต่ยังไม่สามารถกลับมาให้บริการได้ตามปกติ
ส่วนพื้นที่ชุมชนที่อยู่ในรัศมีใกล้แม่น้ำน่าน ระดับน้ำยังคงสูงตั้งแต่ 1-1.5 เมตร โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.ท่าวังผา ต.ศรีภูมิ บ้านสบหนองและบ้านดอนตัน ยังคงมีชาวบ้านกว่า 500 หลังคาเรือนจมน้ำและรอความช่วยเหลือ

ในเขตเทศบาลเมืองน่าน พื้นที่บ้านพระเกิด ท่าช้าง และเมืองเล็น ระดับน้ำยังคงท่วมสูง ขณะที่ชาวบ้านหลายรายเริ่มทนสภาพความเดือดร้อนไม่ไหว เนื่องจากถูกตัดน้ำประปาและกระแสไฟฟ้า ประกอบกับขาดแคลนอาหารและน้ำดื่มติดต่อกันนานถึง 3 วันแล้ว
ส่วนพื้นที่เขตเศรษฐกิจใจกลางเมือง ซึ่งเป็นโซนชั้นใน ระดับน้ำยังสูงมากกว่า 1 เมตร ทำให้ประชาชนจำนวนมากยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบความเสียหายของบ้านเรือนได้

นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน เปิดเผยว่า เทศบาลเมืองน่านได้รับการสนับสนุนกำลังจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภารกิจลำเลียงผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ออกจากพื้นที่โรงพยาบาลน่าน ซึ่งเป็นพื้นที่วิกฤตสำคัญ ขณะเดียวกัน กองพลพัฒนาที่ 3 จังหวัดพิษณุโลก ได้ส่งกำลังพล 13 นาย พร้อมเรือท้องแบน 5 ลำ เข้าให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน รวมถึงได้รับการสนับสนุนเรือท้องแบนเพิ่มเติมจากศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 35 และโรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก จังหวัดอุตรดิตถ์ อีก 3 ลำ เพื่อเสริมกำลังในภารกิจช่วยเหลือประชาชน
“แม้ระดับน้ำจะเริ่มลดลง แต่ยังมีหลายพื้นที่ที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ หากบ้านใดยังอยู่ในสภาพปลอดภัย ขอให้ประชาชนอยู่กับที่ก่อน จนกว่าหน่วยงานจะสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย” นายสุรพลกล่าว

นอกจากนี้ หน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน รวมถึงจิตอาสาต่างร่วมแรงระดมกำลังช่วยกันประกอบอาหารเพื่อแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัย ขณะที่วัดป่านันทบุรีญาณสังวราราม และวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง ได้ปรับพื้นที่เป็นศูนย์อพยพพักพิงชั่วคราว พร้อมจัดเตรียมสถานที่ประกอบอาหารภายในวัด สนับสนุนข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องปรุง และปัจจัยต่างๆ ส่งมอบให้แก่คณะกรรมการหมู่บ้านเพื่อนำไปประกอบอาหารแจกจ่ายผู้ประสบภัยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
สำหรับเหตุการณ์น้ำท่วมเมืองน่านในครั้งนี้ นับเป็นอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ จ.น่าน ชาวบ้านต่างยืนยันตรงกันว่าเป็นน้ำท่วมที่รุนแรงและขยายพื้นที่ความเสียหายกว้างขวางที่สุดเท่าที่เคยพบเจอ จากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “วิภา” ที่ส่งผลกระทบอย่างหนักในพื้นที่จังหวัดน่าน



