สภา อบจ.สงขลา ส่งหนังสือถามผู้ว่าฯ ยังไม่พิจารณาถอดถอน สจ.กอล์ฟ ป.ป.ช.ติดตามการทำงานใกล้ชิด
เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีนายสิรดนัย พลายด้วง หรือ สจ.กอล์ฟ ส.อบจ.สงขลา เขตอำเภอเมืองสงขลา หลังก่อเหตุสั่งให้ลูกน้องรุมทำร้ายร่างกาย ดต.นิสาธิตตชด.ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำหน่วยเลือกตั้งในอำเภอเมืองสงขลาได้รับบาดเจ็บเหตุเกิดเมื่อ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งนายสิรดนัย พร้อมพวก ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยใช้อาวุธและร่วมกันทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่หรือเพราะเหตุที่จะกระทำหรือได้กระทำการตามหน้าที่ โดยเป็นตัวการรวมถึง ซ่องโจร และเกี่ยวโยง เครือข่ายพนันออนไลน์คดีนั้นโอนไปให้กองบังคับการปราบปราม และได้มีการสรุปสำนวน ส่งฟ้องคดีไปแล้ว
ล่าสุดนั้น ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงการติดตามของ ป.ป.ช.กรณีสภา อบจ.สงขลา ได้พิจารณาถอดถอน นายสิรดนัยออกจากตำแหน่งแล้วหรือไม่ นายราม วสุธนภิญโญ ผอ.ป.ป.ช.สงขลา กล่าวว่า เท่าที่ได้มีการติดตามนั้นพบว่า ในการประชุมสภา อบจ.สงขลา สมัยวิสามัญก่อนหน้านี้ มีการเปิดประชุมไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้มีการพิจารณา โดยมีมติให้ทำหนังสือสอบถามผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ในเรื่องของการถอดถอนไป
ส่วนหลังจากนั้น ก็ไม่ได้ทราบว่า มีการดำเนินการอย่างไรต่อหรือไม่ ซึ่งในส่วนของ ป.ป.ช.สงขลา นั้น ได้ทำหนังสือเสนอแนะให้ ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ โดยไม่ได้ไปก้าวล่วงในการพิจารณา ส่วนในการจะตรวจสอบ เรื่องการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่นั้น คงจะต้องพิจารณาให้ละเอียด ว่า อำนาจหน้าที่ของสภาอบจ.ว่ามีอำนาจหน้าที่แค่ไหน อย่างไร มีการใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายแล้วหรือไม่ ถ้ามีหน้าที่แล้วไม่ดำเนินการก็อาจจะเข้าข่ายต้องตรวจสอบ
แต่ถ้าเขาทำหน้าที่ที่มีแล้วแต่อยู่ในดุลพินิจของเขาก็ต้องปล่อยให้เป็นสิทธิของสภา อบจ.ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเองว่าการที่สภาอบจ.คิดเห็นเช่นนั้น เป็นความเหมาะสมที่จะเป็นผู้แทนของประชาชนหรือไม่อย่างไร บางอย่างก็ต้องให้ประชาชนเป็นผู้ที่ให้บทเรียนกับนักการเมืองบ้างเพราะประชาชนเป็นผู้เลือกเข้าไปทำงาน แต่เมื่อไม่ได้ทำตามหน้าที่ที่มีตามที่ทำสัญญาประชาคมเอาไว้ประชาชนก็สามารถให้บทเรียนด้วยการพิจารณาในช่วงของการเลือกตั้งครั้งถัดไป การจะใช้อำนาจรัฐอย่างเดียวแม้จะได้แต่ประชาชนก็ควรจะพิจารณาในการเลือกตัวแทนครั้งต่อไปเพื่อให้บทเรียนกับนักการเมือง ในขณะที่ภาครัฐเองก็ไม่ควรที่จะเพิกเฉยต่อหน้าที่ของตัวเองเช่นเดียวกัน


