ครอบครัวจัดสถานที่ รอรับร่าง ส.อ.จิรายุ ทหารพลีชีพที่ปราสาทตาควาย ยายภูมิใจ หลานสละชีวิตเพื่อชาติ
จากกรณีทหารไทยเสียชีวิต 3 นาย จากการปฏิบัติหน้าที่บริเวณปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ หลังกัมพูชายิงจรวดหลายลำกล้อง BM-21 ใส่พื้นที่พลเรือน โดยหนึ่งในผู้สละชีพคือ ส.อ.จิรายุ สิงห์อ้น หรือ เจมส์ อายุ 30 ปี
ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ต.หัวช้าง อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นบ้านของ ส.อ.จิรายุ พบว่าครอบครัวและคนในชุมชนกำลังกางเต็นท์ จัดเตรียมสถานที่รอรับร่าง ส.อ.จิรายุ กลับมาบำเพ็ญกุศล

ยายทองสุข อายุ 75 ปี ยายของ ส.อ.จิรายุ ซึ่งเลี้ยงมาตั้งแต่ยังเด็ก เปิดเผยว่า พอทราบข่าวว่าหลานเสียชีวิตก็รู้สึกเสียใจมาก ตนกับหลานไม่ได้เจอหน้ากันมาประมาณ 1 เดือนแล้ว ตั้งแต่หลานไปปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา ทราบข่าวว่าหลานแวะมาที่บ้าน แต่วันนั้นตากับยายออกไปอยู่ทุ่งนาเลยไม่ได้เจอกัน
ยายทองสุขกล่าวอีกว่า ปกติเวลาหลานกลับมาบ้านก็จะแวะเอาของมาฝาก ครั้งนี้คงรีบกลับไปปฏิบัติหน้าที่จึงไม่มีเวลาแวะไปหาตายายที่ทุ่งนา เสียใจเป็นอย่างมากที่หลานเสียชีวิต แต่ก็ภูมิใจที่หลานไปทำหน้าที่เพื่อชาติ เสียสละเพื่อชาติ หลานเป็นคนนิสัยดี อ่อนน้อมถ่อมตน

สำหรับ ส.อ.จิรายุ แต่งงานกับภรรยาคือ น.ส.ปาริชาติ อายุ 31 ปี เมื่อเดือน พ.ค.2565 ซึ่ง น.ส.ปาริชาติ เป็นพยาบาลอยู่ที่ รพ.จตุรพักตร์พิมาน อยู่ด้วยกัน 3 ปี แต่ยังไม่มีบุตรด้วยกัน โดย ส.อ.จิรายุ มีน้องสาว 1 คนคือ น.ส.พิชญาภา อายุ 26 ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการประสานไปยังผู้บังคับบัญชาของ ส.อ.จิรายุ ที่กองร้อยลาดตระเวนระยะไกล ที่ 6 กองพลทหารราบที่ 6 ก็ได้รับแจ้งจาก ผบ.มทบ.27 ถึงกรณีมีทหารสังกัด พล.ร 6 สูญเสียจากการสู้รบ เบื้องต้นจะตั้งศพที่วัดบูรพาภิราม พระอารามหลวง ในเมืองร้อยเอ็ดก่อนเป็นเวลา 1 คืน เพื่อรับน้ำหลวงอาบศพและหรีดพระราชทาน ก่อนจะเคลื่อนร่างไปบ้านเกิดในวันพรุ่งนี้ (26 ก.ค.) เพื่อประกอบพิธีต่อไป


