พรรคเพื่อไทย อุบลฯ ตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยการสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์ความรุนแรงชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลให้ประชาชนชาวไทยจากอำเภอน้ำขุ่น และอำเภอน้ำยืน จ.อุบลราชธานีได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก และต้องอพยพจากแนวการปะทะมายังศูนย์พักพิงชั่วคราว ที่อำเภอเดชอุดม จ.อุบลราชธานี กระจายกันอยู่ 69 แห่งจำนวน 13,927 คน
โดยที่เทศบาลเมืองเดชอุดม อ.เดชอุดม นายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ส.ส.อุบลฯ เขต 1 พรรคเพื่อไทย นางสาวสุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ สส.อุบลฯพรรคเพื่อไทย เขต 7 นายสมคิด เชื้อคง รองเลขานายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และ นางสาวพิศทยา ไชยสงคราม นายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี และนายมวลชน กัลป์ตินันท์ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี นำสมาชิกสภาเทศบาลนครอุบลฯ สมาชิกสภาจังหวัดอุบลฯ ตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยการสู้รบ โดยพรรคเพื่อไทย ได้ตั้งโรงครัวประกอบอาหารแจกข้าวกล่อง พร้อมน้ำดื่ม ในพื้นที่จุดอพยพ
นายเกรียง กล่าวว่า ทางพรรคเพื่อไทยได้สั่งการมาที่ส.ส.พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี โดย นายวรสิทธิ กัลป์ตินันท์ ส.ส.อุบลฯ เขต 1 เพื่อดูแลชาวบ้านที่อพยพมาจากอำเภอน้ำยืน และอำเภอน้ำขุ่น ทาง ส.ส.และ สมาชิกสภาท้องถิ่นของพรรคเพื่อไทย ได้กระจายออกไปตามศูนย์อพยพต่างๆ ซึ่งปัจจุบันทางจังหวัดมีความพร้อมช่วยเหลือชาวบ้านหรือยัง วันนี้ ทางจังหวัดก็รอ กองกำลังสุรนารี ประกาศภาวะสงคราม ถ้าประกาศภาวะสงครามแล้วทางจังหวัดก็จะประกาศ จ่ากนั้นทางท้องถิ่นก็จะสามารถเบิกงบประมาณออกมาช่วยเหลือชาวบ้านได้ รวมถึง องค์การบริหารส่วนจังหวัดก็ยังขยับตัวไม่ได้เลย ถามเรื่องงบประมาณไปยังจังหวัด ก็ต้องรอให้ กองกำลังสุรนารีประกาศ
แต่เท่าที่ราบขณะนี้กองกำลังสุรนารีประกาศเฉพาะอำเภอน้ำยืนและอำเภอน้ำขุ่น ทำให้ทางอำเภอที่รองรับผู้อพยพไม่มีงบประมาณมาดูแลชาวบ้าน องค์การบริหารส่วนจังหวัดรวมทั้งท้องถิ่นก็ไม่มีงบประมาณมาบริหาร จะออกมาช่วยเหลือชาวบ้านก็ออกมาไม่ได้ จะมาได้เฉพาะตัวกับเงินบริจาคเส่วนตัวเท่านั้น งบประมาณของทางราชการขยับไม่ได้เลย จึงอยากฝากเรื่องนี้ไปยังกองกำลังสุรนารี น่าจะประกาศเป็นภัยของจังหวัด ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดเองก็รอว่าจะมีการประกาศภาวะสงครามหรือไม่ ก็คงต้องช่วยเหลือกันไปก่อน ซึ่งก็มีผู้บริจาคช่วยเหลือ ร่วมด้วยช่วยกัน

