หน้าแรก ภูมิภาค นักลงทุนไทยใน...

นักลงทุนไทยในเกาะกง แจงภาพทหารขุดแท่นติดตั้งปืนกล ชี้รื้อถอนแล้ว หวั่นยืดเยื้อกระทบธุรกิจทั้ง2ปท.

26.07.25 | 14:37 น.

นักลงทุนไทยในเกาะกง แจงภาพทหารขุดแท่นติดตั้งปืนกล ชี้รื้อถอนแล้ว หวั่นยืดเยื้อกระทบธุรกิจทั้ง2ปท.


เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์การสู้รบของไทยและกัมพูชาและสถานการณ์อาจจะลุกลามมาฝั่งพื้นที่ภาคตะวันออก หลังจาก ผบ.กองกำลังป้องกันจันทบุรีและตราด สั่งปิดชายแดนตลอดแนวจันทบุรีและตราด

ขณะที่ทางผู้ว่าราชการจังหวัดตราดได้สั่งให้ฝ่ายปกครองทุกอำเภอที่ติดชายแดนเตรียมความพร้อมในการอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยในรัศมีปืนใหญ่ พร้อมกันนี้ มีข่าวลือในเรื่องการติดตั้งอาวุธสงครามในพื้นที่แนวชายแดนจังหวัดตราด โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.เกาะกง ประเทศกัมพูชาที่มีพื้นที่ติดกับบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ซึ่งเป็นที่ตั้งของจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็กซึ่งเป็นที่ค้าขาย และส่งสินค้า พร้อมนักท่องเที่ยวเดินทางไปมาก่อนมีการปิดอย่างสิ้นเชิงในวันนี้

นายธิติเดช ทองภัทร รองกรรมการผู้จัดการนิคมอุตสาหกรรมเกาะกง ประเทศกัมพูชา ได้เปิดเผยถึงสถานการณ์ชายแดนระหว่าง 2 จังหวัด ว่าการปิดจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก ห้ามการส่งสินค้าทั้งทางบกและทางทะเลนั้น มีผลกระทบกับการขนส่งสินค้าระหว่าง 2 ประเทศ ที่แต่ละปีจะมีการค้าขายในพื้นที่นี้ปีละ 3.5 หมื่นล้านบาท

Advertisement

นายธิติเดช กล่าวว่า โดยประเทศไทยได้ดุลการค้ากว่า 3.1 หมื่นล้านบาท การที่ห้ามการค้าขายต่อไปย่อมส่งผลกระทบต่อประเทศไทย และหากยืดเยื้อต่อไป สินค้าไทยที่เป็นที่นิยมในกัมพูชาจะถูกแทนที่จากสินค้าในประเทศอินโดนีเซียหรือเวียดนาม รวมทั้งสิงคโปร์ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย รวมทั้งการที่มีนักลงทุนชาวไทยและชาวตราดที่เข้าไปลงทุนทางธุรกิจในกัมพูชาก็จะได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งครั้งนี้

“ต้องบอกว่า สถานการณ์ในเกาะกงยังไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง ไม่มีการสู้รบใดๆ แต่การที่มีภาพการติดตั้งอาวุธหนักบนเขาเหนือโรงแรมเกาะกงรีสอร์ตนั้น ก็เป็นแค่อาวุธธรรมดา ที่ไม่มีประสิทธิภาพสูงที่จะยิงเข้ามายังฝั่งไทยได้ ตามที่มีการเผยแพร่ในสื่อโซเชียล เพราะภาพนี้แรงงานกัมพูชาและแรงงานไทยในนิคมอุตสาหกรรมเกาะกงก็มี ซึ่งมั่นใจว่าความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างข้าราชการของเกาะกงและข้าราชการของ จ.ตราดรวมทั้งความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกองทัพเรือไทยกับกองทัพเรือกัมพูชาที่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมานาน จึงมั่นใจว่า จะไม่เกิดการปะทะกัน” นายธิติเดช กล่าว

นายธิติเดช กล่าวว่า สิ่งน่าเป็นห่วงก็คือ ผลกระทบทางธุรกิจ และการลงทุนระหว่าง 2 ประเทศ เพราะเมื่อมีการปะทะกันเกิดขึ้นย่อมจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นระหว่างนักลงทุนทั้งสองฝ่าย และจากปัญหานี้ ทางฝ่ายเกาะกง จึงได้ประสานงานกับฝ่ายทหารด้วยการรื้อแท่นปืนออกไปแล้วในเช้าวันนี้