หน้าแรก ภูมิภาค เทวัญ นำทัพลู...

เทวัญ นำทัพลูกเสือโคราชบริจาคโลหิต พร้อมเปิดค่าย 4 จังหวัด รองรับผู้ประสบภัย

26.07.25 | 16:45 น.

เทวัญ นำทัพลูกเสือโคราชบริจาคโลหิต พร้อมเปิดค่าย 4 จังหวัด รองรับผู้ประสบภัย


เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 26 กรกฎาคม ที่ห้องบริจาคโลหิต ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 5 ชั้น LG ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้นำคณะลูกเสือแห่งชาติในพื้นที่ จ.นครราชสีมา กว่า 500 คน ประกอบไปด้วย ลูกเสือจากสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดนครราชสีมา 231 คน และลูกเสือจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครราชสีมา เขต 1-7 จำนวน 300 คน เดินทางมาร่วมบริจาคโลหิต เพื่อสำรองโลหิตไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุปะทะกันที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีนายวรัท พฤกษาทวีกุล เลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย นายวัชรพล โตมรศักดิ์ รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา และ ส.อบจ. รวมทั้ง สท.ในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ

นายเทวัญ กล่าวว่า สำนักงานลูกเสือแห่งชาติได้จัดการประชุมหารือและตัดสินใจเปิดค่ายลูกเสือในจังหวัดที่เกิดเหตุปะทะ ได้แก่ จังหวัดสุรินทร์ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และจังหวัดบุรีรัมย์ ให้เป็นที่พักพิงสำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยภายในแคมป์ลูกเสือ มีทั้งที่นอน ห้องน้ำ ความปลอดภัย และมีลูกเสือที่เป็นจิตอาสาพร้อมดูแลเรื่องอาหารการกิน ตนเห็นว่า ขณะนี้มีความพร้อมจึงได้สั่งการให้เปิดค่ายทั้ง 4 จังหวัดทันที พร้อมกันนี้ ยังมีการเตรียมความพร้อมของค่ายลูกเสือในจังหวัดอื่นๆ ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบเพิ่มเติม เช่น จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด และจังหวัดใกล้เคียง เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน

สำหรับการบริจาคโลหิตในวันนี้ยืนยันว่า ลูกเสือทั่วประเทศมีความกระตือรือร้นและพร้อมเพรียงในการร่วมบริจาคโลหิตเพื่อสำรองไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน ลูกเสือทุกคนแสดงเจตจำนงชัดเจน ว่า อยากมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือ และในวันนี้ก็มากันอย่างล้นหลาม จนเจ้าหน้าที่แทบรับไม่ไหว

Advertisement

นอกจากนี้ สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ยังได้ส่งทีมลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากน้ำท่วมในภาคเหนือ โดยเฉพาะในจังหวัดน่าน เชียงราย และจังหวัดพะเยา โดยมีการจัดเตรียมถุงยังชีพส่งมอบให้ลูกเสือนำไปแจกจ่ายแก่ประชาชน พร้อมช่วยอำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัยต่างๆ ตนย้ำว่าลูกเสือคือกำลังสำคัญที่สามารถแบ่งเบาภาระของเจ้าหน้าที่รัฐในการดูแลและบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชนได้เป็นอย่างดี