หน้าแรก ภูมิภาค ภาครัฐ เร่งช่...

ภาครัฐ เร่งช่วย-สกัดท่วมแม่สาย ขณะมวลน้ำเมียนมาไหลมาเติมต่อเนื่อง

28.07.25 | 17:24 น.

ภาครัฐ เร่งช่วย-สกัดท่วมแม่สาย ขณะมวลน้ำเมียนมาไหลมาเติมต่อเนื่อง


เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พลตรี จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้อํานวยการศูนย์อํานวยการจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 37/ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 37 มอบหมายให้ พันเอก สิงหนาท โลสุยะ เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 37 นํากําลังพลพร้อมยานพาหนะและยุทโธปกรณ์ ชุดเผชิญเหตุช่วยเหลือประชาชน จัดตั้งกองบัญชาการควบคุม เพื่อออกปฏิบัติการ ประกอบกําลัง 5 ชุดปฏิบัติการ จํานวน 32 นาย พร้อมชุดแพทย์เดินเท้าร่วมกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าช่วยเหลือผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางเป็นความเร่งด่วนแรกในพื้นที่อําเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ภายหลังจากฝนตกหนักต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทำให้เช้าวันนี้น้ำสายได้เพิ่มปริมาณขึ้นจนทะลุแนวกำแพงบิ๊กแบ๊กเข้าท่วม 4 ชุมชน คือ สายลมจอย ไม้ลุงขน เกาะทราย และเหมืองแดง เจ้าหน้าที่จึงระดมกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชน กรอกกระสอบทราย อพยพประชาชนกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และเด็ก ไปยังศูนย์อพยพวัดพรหมวิหาร รวมทั้งช่วยเหลือประชาชนขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงในพื้นที่เกาะชุมชนเกาะทราย ซอย 7, 11 และ 12 ตลอดจนจุดน้ำทะลักเข้าพื้นที่ ต.เกาะทราย อ.แม่สาย จ.เชียงราย

Advertisement

ล่าสุด ทางนายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ลงพื้นที่ติดตามและบัญชาการเหตุการณ์ สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อำเภอแม่สาย โดยได้รับฟังข้อมูลจากนายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย พร้อมด้วยกำลังพลจากกรมการทหารช่าง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมกำลังและเครื่องจักรกลหนัก เช่น รถแบ๊กโฮ เข้าดำเนินการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อให้น้ำระบายได้สะดวกและลดผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนโดยรอบ ซึ่งพบว่าแม่น้ำสายยังคงมีปริมาณน้ำสูงและอาจมีแนวโน้มสูงขึ้นเพราะในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมายังมีฝนกตกต่อเนื่อง ทำให้มีน้ำจากประเทศเมียนมาซึ่งอยู่ต้นน้ำไหลมาสมทบเรื่อยๆ

ทั้งนี้ นายชรินทร์ได้สั่งการให้นายอำเภอแม่สาย บูรณาการทำงานร่วมกับกรมการทหารช่าง เร่งดำเนินการปิดหรือรื้อถอนอาคารสิ่งปลูกสร้างที่กีดขวางการระบายน้ำ โดยเฉพาะอาคารที่มีช่องว่างด้านล่าง ซึ่งเป็นช่องทางให้น้ำซึมผ่านและไหลเข้าท่วมชุมชนได้ แม้ว่าจะมีการวางแนวพนังบิ๊กแบ๊กไว้อย่างแข็งแรงแล้วก็ตาม พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งอพยพประชาชนจากพื้นที่เสี่ยงภัยไปยังจุดที่ปลอดภัยโดยเร็วที่สุด และขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตนตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อลดผลกระทบและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น