ขบวนรถไฟขาล่องใต้พุ่งชนรถยนต์กระบะสี่ประตู ตาย 1 เจ็บ 6 จากที่นั่งมาในรถรวม 13 ราย บริเวณทางตัดรถไฟหมู่ที่ 7 ต.คลองข่อย อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เพื่อจะไปเล่นสาดน้ำสงกรานต์ เมื่อถึงที่เกิดเหตุมองไม่เห็นขบวนรถไฟถูกชนอย่างแรง
เมื่อวันที่ 14 เมษายน ร.ต.อ. พลาญชัย ชัยชนะ ร้อยเวร สภ.โพธาราม ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถไฟขบวนที่ 171 สุไหงโกลก- กรุงเทพฯ ขาล่องใต้ ชนรถยนต์กระบะสี่ประตู ยี่ห้อนิสสันนาวาร่าสีดำทะเบียน 1 ฒฒ 9331 กรุงเทพมหานคร บริเวณทางตัดรถไฟหมู่ที่ 7 ต.คลองข่อย อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร และมูลนิธิสว่างโพธาราม พบมีผู้เสียชีวิตทราบชื่อต่อมา ชื่อด.ช.ปฏิภาน กันนะ อายุ 10 ปี อยู่บ้านเลขที่ 102 หมู่ 7 ต.คลองข่อย อ.โพธาราม จ.ราชบุรี นอกจากนี้ยังพบมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากที่นั่งมาในรถกระบะแค็ปตอนหลังอีกจำนวน 6 ราย และนั่งท้ายรถกระบะอีกจำนวน 7 เป็นชายรวม 5 ราย เป็นหญิง 7 ราย รวมทั้งหมด 13 ราย มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดประกอบด้วย 1. ด.ญ.อลิสา กันนะ อายุ 14 ปี 2.นายบารมี เชื้อหงส์ นางสุวรณลี จันทร์กล่อม อายุ 47 ปี 3. นางสุรีรัตน์ กันนะ อายุ 36 ปี 4.นายสามารถ บุตรดี อายุ 40 ปี คนขับรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุ ส่วนที่เหลือยังไม่ทราบชื่อ ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเจ็ดเสมียน ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะด้านหน้าฝั่งคนขับพังยับเยิน ส่วนด้านท้ายไปฟาดกระแทกชนเสาส่งสัญญาณแผงโซล่าเซลจนโคนเสาได้หลุดออกจากฐานเสียหายใช้การไม่ได้

นายวิทยา สูนพลอย อายุ 51 ปี ชาวโพธารามที่นั่งมาในแค็ปกระบะตอนหลัง เปิดเผยว่า ได้นั่งรถมากันรวม 13 คนมีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เพื่อจะไปเล่นสาดน้ำสงกรานต์ที่วัดมณีโชติ โดยตนได้นั่งอยู่ฝั่งเดียวกันกับคนขับ เมื่อถึงที่เกิดเหตุคนขับมองไม่เห็นและก็ไม่รู้ว่าถูกรถไฟชน มารู้อีกทีก็รู้สึกรถถูกกระแทกอย่างแรง โดยตนได้รีบตะเกียกตะกายหนีออกจากประตูรถร่วมกับเพื่อนๆที่มาด้วย บางคนได้บาดเจ็บ บางคนกระโดดออกจากท้ายรถหนีรอดตายได้อย่างหวุดหวิด
จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่เบื้องต้นทราบว่า ที่เกิดเหตุอยู่ใกล้กับเต๊นท์ของเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานที่ได้มาตั้งจุดบริการช่วงเทศกาลสงกรานต์ 7 วันอันตราย ช่วงระหว่างที่รถกระบะกำลังจะขับข้ามทางตัดรถไฟ ได้มีฝ่ายปกครองวิ่งไปห้ามไม่ให้ผ่าน เพราะมีขบวนรถไฟกำลังมาด้วยความเร็ว แต่รถกระบะคันดังกล่าวได้บรรทุกคนจะไปเล่นสาดน้ำสงกรานต์ที่วัดมณีโชติ ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับทางรถไฟ เมื่อถึงที่เกิดเหตุรถคันดังกล่าวมองไม่เห็นขบวนรถไฟได้ขับมาถึงเป็นช่วงจังหวะที่ขบวนรถไฟวิ่งมาด้วยความเร็วจึงพุ่งชนเข้าอย่างแรง จนทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต
ทั้งนี้บริเวณจุดตัดทางรถไฟดังกล่าวเคยเกิดอุบัติเหตุขบวนรถไฟพุ่งชนยนต์กระบะทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 4 ศพมาแล้วเมื่อปีทีผ่านมา เนื่องจากไม่มีที่กั้นทางรถไฟ อาจทำให้ประชาชนที่ใช้เส้นทางสายดังกล่าวมองไม่เห็น หรือไม่ชำนาญเส้นทางจนเกิดอุบัติเหตุซ้ำรอยอีกครั้ง


