แม่พ่อ จ่าจุ้ย ร่ำไห้ ลูกทำเพื่อประเทศ ขอทหารชายแดนปลอดภัย ไม่อยากให้สูญเสียอีก
เมื่อเวลาประมาณ 15.30 น.วันที่ 30 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถจากมณฑลทหารบกที่ 24 ได้นำร่างของ จ่าสิบเอกธีระยุทธ สีจุ้ยจ้าย สังกัด กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 13 ค่ายเจ้าพระยาสุรวงศ์วัฒนศักดิ์ อ.เมือง จ.อุดรธานี ถึงบ้านเกิดจังหวัดหนองคายแล้ว
ตลอดเส้นทางภายในพื้นที่จังหวัดหนองคาย ได้มีข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ครู นักเรียน และผู้ที่รู้ข่าว ต่างออกมาถือธงชาติรอตามเส้นทาง และที่บ้านก็มี ทหารในสังกัดมณฑลทหารบกที่ 24 เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.โพนพิสัย และในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดหนองคายกว่า 20 นาย มาเข้าแถวรอรับ โดยมี นายยนต์ อายุ 63 ปี และนางหนูกัน สีจุ้ยจ้าย อายุ 60 ปี พ่อและแม่ของทหารกล้า พร้อมญาติพี่น้อง เพื่อนบ้าน รวมไปถึงชาวหนองคาย ที่ทราบข่าวต่างมารอรับที่บ้าน

เมื่อรถที่นำร่างมาถึงก็มีเสียงร้องไห้ระงมไปหมด นายยนต์ ผู้เป็นพ่อนั้น ทั้งร้องไห้ ทั้งตะโกนเสียงดัง ว่า “จ่อยมาถึงบ้านแล้วลูก” “จ่อยลงมาจ่อย” “จ่อยเข้าบ้าน” ยิ่งทำให้บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า เมื่อหีบศพตั้งภายในบ้าน พ่อ-แม่ ญาติพี่น้อง ต่างพากันทุบและเคาะที่โลงศพ หลายคนต่างตะโกนว่า “ฮอดบ้านเฮาแล้วเด้อ” เป็นการเรียกวิญญาณให้กลับเข้าบ้าน พ่อ-แม่ญาติพี่น้อง ต่างร้องไห้ฟูบหน้าบนลงศพ ส่วนภรรยาที่ยืนถือรูปของสามีที่เป็นทหารกล้า ก็เป็นลมล้มพับ จนต้องช่วยกันปฐมพยาบาล
ในส่วนของลูกชายนั้นเข้มแข็งสมเป็นลูกทหารกล้า หลังจุดธูปและปักธูปบนกระถางธูปหน้าโลงศพพ่อแล้ว ก็แสดงท่าวันทยหัตถ์ แบบทหารกล้า ส่วนลูกสาวที่เป็นลูกคนโตนั้นก็มีญาติ ๆ คอยปลอบและดูแลอย่างใกล้ชิด

เป็นเวลาประมาณ 30 นาทีเศษ ก็ได้นำร่างของทหารกล้าไปยังศาลาบำเพ็ญกุศลศพ วัดเนินนิมิต บ้านโคกกลาง หมู่ 11 ต.เซิม อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย เพื่อประกอบพิธีฯตามขั้นตอนต่อไป
นายยนต์ และนางหนูกัน สีจุ้ยจ้าย พ่อและแม่ของทหารกล้า เล่าให้ฟังทั้งน้ำตาว่า รู้ข่าวจากลูกชายคนโตโทรมาบอก ซึ่งลูกชายที่เป็นทหารกล้าได้ไปประจำอยู่ที่ช่องสายตะกู อ.บ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 68 ที่ผ่านมา มีการติดต่อและส่งข่าวถึงทางบ้านทุกวัน ก่อนที่จะเสียชีวิตประมาณ 14.00 น. ได้โทรมาหาแม่ที่บ้าน บอกว่าแม่ไม่ต้องเป็นห่วงปลอดภัยอยู่ ช่วง 20.00 น. พี่ชายโทรไปหาก็บอกว่าปลอดภัยดี จนตนมารู้ข่าวอีกครั้งว่าเสียชีวิตแล้ว ความภาคภูมิใจก็มีความเสียใจก็มี ลูกชายของตนเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นสูง
นางหนูกัน (แม่) ได้ฝากถึงดวงวิญญาณของลูกชาย ว่า อยากบอกกับลูกว่า แม่รักลูกมาก แต่จะไม่ต่อความโศกเศร้าระหว่างกัน แต่แม่มีความภาคภูมิใจในตัวลูก ความเสียใจแม่ก็มีไม่น้อย
นายยนต์ (พ่อ) บอกว่า ดีใจที่ลูกชายทำหน้าที่ได้ดีที่สุด ความเสียใจนั้นเกิดจากลูกเสียชีวิตในช่วงท้าย ๆ ของเหตุการณ์แล้ว ตนขอบอกว่านามสกุล สีจุ้ยจ้าย ทำดีที่สุดแล้ว ทำเพื่อประเทศไทยของเรา กล้าเสียสละชีวิตของตนได้

นายยนต์ และนางหนูกัน เล่าต่อไปอีกว่า ลูกชายที่เสียชีวิต เป็นลูกคนที่ 2 จากจำนวนลูก 3 คน คนแรกเป็นชาย รับจ้างทั่วไป และคนสุดท้องเป็นผู้หญิง เป็นผู้ช่วยพยาบาล ส่วนเรื่องอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือต่าง ๆ ยังไม่ได้คิดอะไร ซึ่งลูกชายของตนเป็นคนใจเกินร้อย ชอบอาชีพทหารมาตั้งแต่เด็ก ๆ ตอนแรกนั้นลูกชายติดทหารเกณฑ์ ก่อนจะไปเรียนนายสิบต่อ ก่อนจะไปฝึกตามค่ายต่าง ๆ มีลูก 2 คน คนโตเป็นผู้หญิง เรียนชั้น ม.1 คนเล็กเป็นผู้ชาย ชั้น ป.2 ส่วนการดูแลหลาน ๆ มีตายายและตนก็จะช่วยดูแลช่วยกัน ตอนนี้ยังไม่ได้คุยกันในเรื่องนี้
สุดท้ายได้ฝากไปถึงทหารที่อยู่ชายแดนทุกคน ว่า อยากให้ทหารไทยทุกคน ทุกนาย ปลอดภัย ไม่อยากให้มีการสูญเสียอีก อยากให้หยุดการสู้รบกันมากที่สุด
เป็นที่น่าสังเกตว่ามีสุนัขพันธุ์ไทย หลังอาน สีน้ำตาลตัวหนึ่งนอนเดินอยู่ตามถนนหน้าบ้าน ในบ้าน และบริเวณบ้าน สอบถามทำให้ทราบว่าเป็นสุนัขที่ทหารกล้านำมาให้พ่อ-แม่ เลี้ยงไว้เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เวลาที่ทหารกล้าพาครอบครัวมาเยี่ยมบ้าน ชื่อว่า “กะทิ” สุนัขตัวนี้ก็จะมารับและหยอกล้อกันทุกครั้ง วันนี้สังเกตได้ว่าสุนัขตัวให้เหมือนรอใครอยู่ ขณะกำลังสัมภาษณ์พ่อ-แม่ ก็ได้เดินมาดูที่ภาพทหารกล้าที่แม่ถือไว้ในมือ แล้วไปนอนด้านหลังไม่ยอมไปไหน.


