หน้าแรก ภูมิภาค กลุ่มรับจ้างบ...

กลุ่มรับจ้างบินโดรนการเกษตร ขานรับห้ามบิน รายได้หายวันละหมื่น แต่ประเทศชาติต้องมาก่อน

31.07.25 | 17:32 น.

กลุ่มรับจ้างบินโดรนการเกษตร ขานรับห้ามบินโดรนทุกประเภท เผยแม้สูญเสียรายได้ แต่ประเทศชาติต้องมาก่อน


เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ที่จ.อุทัยธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT ประกาศห้ามบินหรือปล่อยโดรน (Drone) ทุกประเภทในพื้นที่ทั่วประเทศ มีผลตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา ไปจนถึงวันที่ 15 สิงหาคม 68 หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง และหากพบการกระทำผิด หรือลักลอบบินโดรน จะมีโทษสูงสุด จำคุก 1 ปี หรือ ปรับ 40,000 หมื่นบาท ซึ่งทหารมีอำนาจทำลายได้ทันทีหากพบมีการฝ่าฝืนเช่นกัน และขอให้ประชาชนและนักบินโดรนทุกท่านปฏิบัติตามประกาศอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยของประเทศ และการประกาศครั้งนี้มีขึ้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ จากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ต่าง ๆ

ในส่วนนักบินโดรนของจังหวัดอุทัยธานี ส่วนใหญ่ที่มีจำนวนกว่า 1 พันรายนั้น มีอาชีพรับจ้างบินโดรนเกษตรในการรับจ้างบินหว่านข่าว หว่านปุ๋ย และฉีดพ่นยาสารเคมีต่างๆ ต้องได้รับผลกระทบทันที โดยเฉพาะการต้องสูญเสียรายได้ของการรับจ้างบินโดรนไปเป็นจำนวนนับหมื่นบาทต่อวัน

โดยผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่พูดคุยสอบถามกับ นายธีรพล พวงชื่น อายุ 42 ปี อาชีพเกษตรกร ชาวอำเภอสว่างอารมณ์ ที่ผันตัวมารับจ้างบินโดรนเพื่อการเกษตร ทั้งหว่านข้าว หว่านปุ๋ย ฉีดพ่นยาสารเคมีต่างๆ กล่าวว่า ในแต่ละวันจะออกรับจ้างได้วันละ 100 – 200 ไร่ คิดค่าจ้างไร่ละ 60 บาท ก็จะสูญเสียรายได้ไปในทันทีวันละ 6,000-10,000 บาท ซึ่งวันนี้เป็นวันที่บริษัทขายโดรนนำเครื่องมาส่งให้ใหม่เป็นขนาดใหญ่กว่าเดิมซึ่งมีความจุ 75 ลิตร ราคากว่า 5 แสนบาท โดยจ่ายเป็นเงินสด เนื่องจากไม่รู้มาก่อนว่าจะมีการสั่งห้ามบินโดรนทุกประเภท

Advertisement

แต่ในขณะที่มีการสั่งห้ามดังกล่าว เพื่อประเทศชาติและความมั่นคงของชาติต้องมาก่อน เพราะมีความสำคัญและเป็นความมั่นคงของประเทศ จึงต้องขอยอมรับให้ได้ด้วยความจริงใจ และในช่วงที่ถูกสั่งห้ามบินโดรน ไม่สามารถลักลอบบินได้เช่นกัน เพราะจะถูกตัดสัญญาณ และมีบางจังหวัดที่ลักลอบบินโดรนซึ่งถูกตัดสัญญาณมาแล้ว ยิ่งทำให้ไม่มีใครกล้าบินโดรนเกษตรอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะอาชีพรับจ้างที่เป็นมือใหม่จะได้รับความเดือดร้อนหนักที่สุด เนื่องจากเครื่องบินโดรนยังต้องผ่อนกับไฟแนนซ์อยู่

หากเป็นไปได้อยากให้มีการผ่อนปรนสำหรับจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ที่ไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อความมั่นคงของชาติต่อไป ส่วนเกษตรกรชาวนาตอนนี้ต้องไปจ้างแรงงาน หรือผู้ที่เคยมีอาชีพรับจ้างฉีดพ่นยาแบบเดินฉีดมาแทนการจ้างบินโดรน