หน้าแรก ภูมิภาค นักวิชาการสื่...

นักวิชาการสื่อฯ มช.จี้รัฐ กระทรวง DE รื้อระบบพีอาร์-ทำงานเชิงรุก ผนึกพลังชาวไทยสื่อสาร 5 ภาษาต้านเฟคนิวส์

1.08.25 | 11:28 น.

นักวิชาการสื่อฯ มช.จี้รัฐ กระทรวง DE รื้อระบบพีอาร์-ทำงานเชิงรุก ผนึกพลังชาวไทยสื่อสาร 5 ภาษาต้านเฟคนิวส์


เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ผศ.ลัดดาวัลย์ อินทจักร คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า กรณีมีกระแสเฟคนิวส์โจมตีประเทศไทย จากเหตุการณ์สู้รบระหว่างไทยและกัมพูชานั้น ไทยมีศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย (Anti Fake News Center: Thailand) สังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) แต่ช่วงที่ผ่านมา กระทรวง DE ได้แคปภาพข่าวปลอมในโซเชียลมีเดียมาโพสต์ชี้แจงว่าเป็นเฟคนิวส์ ซึ่งมีเพียง 10 – 20 ข่าวเท่านั้น

ขณะที่เกิดเฟคนิวส์ที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งไทย-กัมพูชามายาวนานแล้ว บทบาทและการทำงานของ DE ยังไม่เพียงพอและทันสถานการณ์ ควรมีการชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อสร้างความเข้าใจให้ประชาชน และประชาคมโลก รวมทั้งหาแนวทางสกัดกั้นเฟคนิวส์ที่ไม่ส่งผลกระทบหรือลิดดรอนสิทธิในการรับรู้ข่าวสารของประชาชน ฝากข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล ว่า ต้องทบทวนบทบาทหน้าที่และทัศนคติในการปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบต่อพลเมืองของชาติ มอบหมายหน้าที่ตามความสามารถและศักยภาพอย่างเหมาะสม ให้หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักปลัด กรมประชาสัมพันธ์ กระทรวงกลาโหม และกระทรวงต่างๆที่เกี่ยวข้อง เช่น มหาดไทย DE พม. สธ.

“รัฐบาลต้องรับผิดชอบในการมอบหมายงาน และปฎิบัติงานเชิงรุกด้านการสื่อสารในภาวะวิกฤตอย่างรวดเร็วบนพื้นฐานความถูกต้องแม่นยำ แต่ตราบใดที่รัฐบาลไม่กระตือรือร้นทำงานให้เต็มประสิทธิภาพและศักยภาพ ขณะที่สื่อมวลชนและประชาชนลุกขึ้นมาส่งเสียงกันอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือประเทศ จึงต้องย้อนถามรัฐบาลได้ทำเต็มบทบาทหน้าที่ของตนเองแล้วหรือไม่ รูปแบบการสื่อสารที่อยากเห็นเพื่อต่อต้านเฟคนิวส์ คือ เวทีที่ชาวไทยผนึกกำลังสื่อสารข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ด้วยวัจนภาษา และภาษาต่างประเทศ หรือภาษาถิ่น อย่างน้องไม่ต่ำกว่า 5 ภาษา เพื่อดึงดูดสื่อมวลชนต่างชาติให้สนใจข้อมูลข่าวสารที่สื่อออกไป

Advertisement

ส่วนประชาชนต้องรู้เท่าทันข้อมูลข่าวสาร ไม่คล้อยตามกระแสเฟคนิวส์ที่สร้างขึ้นเพื่อปลุกปั่นคนไทยให้เกิดความแตกแยก หรือสร้างความตื่นตระหนก และไม่กังวลกับการร้องห่มร้องไห้หรือการเล่นละครของคู่ต่อสู้ทางการเมืองนอกประเทศ ขณะเดียวกันต้องหันมาทบทวนบทบาทของคนในประเทศให้เข็มแข็ง ใช้ศักยภาพทางการสื่อสารที่พลเมืองไทยมี หรือ ใช้ความสัมพันธ์ในฐานะเขยต่างชาติช่วยสื่อสารสร้างความเข้าใจให้กับประเทศต่างๆ ถือเป็นอีกหนึ่ง Gimmick และกลไกพิเศษที่น่าสนใจ ไม่ใช่เพียงลูกเล่น แต่เป็นเนื้อหาและข้อเท็จจริงที่ออกจากปากของคนที่เข้าใจสถานการณ์” ผศ.ลัดดาวัลย์