จ่อออกหมายจับ มือปืนถล่มยิงกำนันดังตรัง คาดขัดแย้งนักการเมืองท้องถิ่นปมปราบยาเสพติด เคยถูกขู่ฆ่าทั้งแม่-ลูก
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีคนร้ายชายในชุดดำสวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้า ใช้อาวุธสงคราม M-16 ยิงถล่มนายบัณฑิต รองพล หรือกำนันเล้น อายุ 57 ปี กำนันตำบลนาวง อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง และประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอห้วยยอด เสียชีวิต โดยกระสุนเจาะประตูรถฝั่งคนขับพรุน 15 นัด ปลอกกระสุนขนาด 5.56 ตกกระจายเกลื่อน เหตุเกิดช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา บริเวณหน้าบ้านของนายบัณฑิตในพื้นที่ หมู่ 9 ตำบลนาวง อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นช่วงระหว่างที่นายบัณฑิตเดินทางกลับจากงานเลี้ยงงานแต่งงาน และกำลังถอยรถกระบะ 2 ประตู ยี่ห้อฟอร์ด เรนเจอร์ สีดำ เข้าจอด โดยภาพจากกล้องวงจรปิดเผยเหตุการณ์ขณะคนร้ายลงมือก่อเหตุได้อย่างชัดเจน โดยคนร้ายมานั่งซุ่มรออยู่ที่ข้างบ้านที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นอาคารตลาดร้าง เนื่องจากพบเก้าอี้พลาสติก 1 ตัว และมียากันยุงที่มีร่องรอยการจุดไปแล้วครึ่งหนึ่ง เมื่อนายบัณฑิตมาถึงก็ได้วิ่งไปก่อเหตุ แล้ววิ่งหลบหนีไปทันทีต่อหน้ากล้องวงจรปิด

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยยอด รวมทั้งทีมสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดตรัง ฝ่ายสืบสวนตำรวจภูธรภาค 9 ต่างเร่งมือสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดี เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญอย่างมาก ซึ่งเกิดกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อีกทั้งนายบัณฑิตดำรงตำแหน่งกำนันมายาวนาน ทุ่มเททำงานและเป็นที่รักของชาวบ้านในพื้นที่ ทำให้มีชาวบ้านโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก รวมทั้งเฟซบุ๊กส่วนตัวของนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีต ส.ส.ตรัง เขต 2 (อ.ห้วยยอด) ที่ได้โพสต์ภาพการทำงานร่วมกันกับนายบัณฑิตพร้อมข้อความ “#ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของท่านกำนันเล้น บัณฑิต รองพล ด้วยครับ” อีกด้วย

ล่าสุด ตำรวจได้ระดมกำลังทั้งชุดสืบสวนภูธรจังหวัดตรัง ฝ่ายสืบสวนตำรวจภูธรภาค 9 ตำรวจกองปราบปราบ และชุดสืบสวน สภ.ห้วยยอด เร่งกระจายกำลังกันทำงานแบ่งหน้าที่กันหลายชุด ทั้งชุดตระเวนเก็บหลักฐานหากล้องวงจรปิด ชุดไล่ภาพจากกล้องวงจรปิดที่คนร้ายใช้เป็นเส้นทางหลบหนี รวมทั้งแกะรอยภาพย้อนหลัง ที่คาดว่าคนร้ายต้องเข้ามาสังเกตการณ์ในพื้นที่ ย้อนกลับไปประมาณ 2 สัปดาห์ ชุดสืบสวนหาข่าวลงพื้นที่ และชุดสอบสวน โดยทางเจ้าหน้าที่ได้มีการนำตัวพยานบุคคลและญาติพี่น้อง รวมทั้งลูกน้องของกำนันไปสอบปากคำ เพื่อหาความชัดเจนสาเหตุของดคดี โดยทุกชุดขณะนี้ต่างเร่งทำงานกันอย่างเต็มที่

พล.ต.ต.ภัทรวิชญ์ คีตโมทนียกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง กล่าวว่า คาดว่าไม่เกิน 2 วัน หรือในวันอังคารนี้ (5 ส.ค.) เชื่อว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น ตอนนี้กำลังเจ้าหน้าที่เร่งทำงานอย่างเต็มที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงานติดตามสืบสวนสอบสวนเกาะติดอย่างเต็มที่ โดยตั้งแต่วันเกิดเหตุ (3 ส.ค.) ก็ได้เร่งสืบสวนสอบสวนติดตามกล้องวงจรปิด มีการไล่กล้องทั้งหมดและมีความคืบหน้าไปพอสมควร และจากข้อมูลการสืบสวนสอบสวนในตัวผู้ก่อเหตุที่เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการ เชื่อว่าน่าจะสามารถพิสูจน์ทราบตัวบุคคลได้ เพราะเรามีบุคคลเป้าหมายอยู่แล้วจากเบาะแสและการสืบสวน ขณะนี้กำลังรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจน และจะสามารถออกหมายจับคนร้ายได้ในไม่กี่วันนี้

จากข้อมูลพบว่าคนร้ายมีคนเดียว เป็นคนในพื้นที่ อย่างไรก็ตามหากติดตามจับกุมได้ก็จะมีการขยายผลต่อไปว่ามีผู้เกี่ยวข้องร่วมขบวนการ หรือให้การช่วยเหลือสนับสนุนด้วยอีกหรือไม่ ส่วนที่ทางญาติระบุข้อมูลผลความขัดแย้ง จากการทำงานปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังของนายบัณฑิตจนกระทบกระทั่งกับขบวนการและอดีตผู้นำท้องถิ่นรายหนึ่งจนถึงขั้นมีการข่มขู่เอาชีวิตนั้น จากข้อมูลที่ได้รับพบว่าเป็นประเด็นความขัดแย้งในเรื่องส่วนตัวดังกล่าว จึงอาจทำให้มีบุคคลบางคนเสียผลประโยชน์ เบื้องต้นตำรวจตั้งประเด็นไว้ตรงนี้ ส่วนกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งเราจะไม่ตัดทิ้ง ต้องขยายผลดูน้ำหนักไปเรื่อยๆ

พล.ต.ต.ภัทรวิชญ์กล่าวว่า ส่วนการใช้อาวุธสงครามก่อเหตุอย่างอุกอาจในพื้นที่นั้น ตำรวจภูธรจังหวัดตรังได้ทำการระดมกวาดล้างอาวุธสงครามมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ที่ผ่านมามีสถิติการจับกุมอาวุธสงครามโดยตลอดและมีการนำมาเปิดเผยผ่านการแถลงข่าวผลการปฏิบัติกวาดล้างอาชญากรรมในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แต่ในเมื่อยังปรากฏว่ายังมีการก่อเหตุโดยใช้อาวุธสงคราม ก็ต้องเข้มข้นในมาตรการกวาดล้างมากขึ้นไปอีก และต้องทำต่อเนื่อง
“คดีนี้เป็นคดีสำคัญ ผู้บังคับบัญชาระดับสูงขึ้นไปทุกระดับให้ความสำคัญและกำชับให้เร่งรัดดำเนินการ โดยในวันพรุ่งนี้ (5 ส.ค.) รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 จะลงพื้นที่เพื่อประชุมติดตามคดีด้วย” พล.ต.ต.ภัทรวิชญ์กล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า จากข้อมูลการสืบสวนสอบสวนที่ทางตำรวจได้มานั้น พบประเด็นสำคัญคือ กำนันเล้นมีความขัดแย้งกับนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่รายหนึ่ง เรื่องการปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ ที่ทางกำนันพยายามทำงานป้องกันและปราบปราม ทำให้สร้างความไม่พอใจให้บุคคลดังกล่าวอย่างมาก พร้อมกับมีการข่มขู่ฆ่าทางโทรศัพท์หากไม่ได้ชีวิตกำนัน จะเอาชีวิตแม่ของกำนัน ทางครอบครัวกำนันจึงต้องเอาแม่ไปไว้ในที่ปลอดภัย ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งกู้ข้อมูลดังกล่าว และก่อนหน้าเกิดเหตุเพียง 2 วัน ได้มีคนโทรศัพท์มาแจ้งว่า มีมือปืนจากจังหวัดพัทลุงเข้ามาในพื้นที่แล้วเตรียมเก็บกำนัน สุดท้ายจึงมาเกิดเหตุขึ้นดังกล่าว ส่วนมือปืนคนก่อเหตุพบเบาะแสว่า เป็นคนในพื้นที่ซึ่งมีลักษณะร่างกายผิดปกติคือ พิการขาเป๋ จากอาการป่วยด้วยโรคโปลิโอมาตั้งแต่เด็ก และอยู่ระหว่างการหลบหนีหมายจับ 3 คดี คือ คดีฆ่าผู้อื่น คดีพรากผู้เยาว์ และคดียาเสพติด คาดว่าได้หลบหนีอยู่ต่างถิ่น และได้ย้อนมาก่อคดีนี้อีกครั้ง

