ชาวบ้าน 2 กลุ่มปะทะเดือดกลางสวนยางหมดสัมปทาน ‘ป่าคลองกรุงหยัน’ เจ็บนับ 10 พ่อเมืองสั่งแก้ไขด่วน หวั่นบานปลาย
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ที่จ.นครศรีธรรมราช ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุปะทะรุนแรงระหว่างชาวบ้าน 2 กลุ่ม บริเวณพื้นที่สวนยางหมดสัญญาสัมปทานขององค์การสวนยาง (กยท.) ภายในเขต “ป่าคลองกรุงหยัน” หมู่ 7 ตำบลกรุงหยัน อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีรายงานผู้บาดเจ็บจำนวนกว่า 10 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องสนธิกำลังฝ่ายปกครองและตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) เข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วน ท่ามกลางความวุ่นวายและความตึงเครียดในพื้นที่

มูลนิธิกู้ภัยในพื้นที่ต้องเร่งลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลทุ่งใหญ่ ขณะที่มีรายงานเจ้าหน้าที่บางนายได้รับบาดเจ็บจากการถูกทำร้ายระหว่างปฏิบัติหน้าที่ด้วย
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า กลุ่มชาวบ้านที่เกิดเหตุแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย คือ ชาวบ้านในพื้นที่เดิม และกลุ่มชาวบ้านจากนอกพื้นที่ที่เข้ามาปักหลักจับจองแปลงสวนยาง หลังหมดสัญญาสัมปทานเมื่อปี 2555 โดยอ้างสิทธิตามนโยบายรัฐบาลเรื่องการจัดสรรที่ดินทำกินให้กับราษฎรผู้ยากไร้

ข้อมูลจากกรมป่าไม้ระบุว่า พื้นที่ป่าคลองกรุงหยันดังกล่าวมีเนื้อที่ 4,600 ไร่ เดิมใช้เป็นพื้นที่สวนยางพันธุ์ดีตามมติคณะรัฐมนตรี โดยอนุญาตให้องค์การสวนยางแห่งประเทศไทยเข้าใช้ประโยชน์เป็นเวลา 30 ปี และหมดสัญญาไปตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม 2555 ต่อมาเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2565 กรมป่าไม้ได้อนุมัติหนังสือเล่มที่ 015 ฉบับที่ 18 อนุญาตให้จังหวัดนครศรีธรรมราชจัดสรรพื้นที่ 2,107 ไร่เศษ ตามโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน (คทช.) ตามนโยบายของรัฐบาล แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าในกระบวนการจัดสรร ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงระหว่างกลุ่มผู้ที่อ้างสิทธิในพื้นที่
ทั้งนี้ กลุ่มชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เสื่อมโทรมที่องค์การสวนยางเช่าจากกรมป่าไม้มาใช้ประโยชน์ เมื่อหมดสัญญาก็ควรต้องคืนพื้นที่ให้รัฐ แต่เนื่องจากไม่มีการดำเนินการจัดสรรอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้เกิดช่องว่างและความขัดแย้งต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับกลุ่มแกนนำจากนอกพื้นที่ที่พาสมาชิกเข้ายึดครองอย่างไม่เป็นระเบียบ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ปัญหานี้เคยเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ก่อนหน้า และมีการร้องขอให้จังหวัดเร่งดำเนินการหลายครั้งแต่เรื่องกลับเงียบหายทุกครั้ง ทำให้สถานการณ์ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
ล่าสุด นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด่วน พร้อมสั่งให้เร่งแก้ไขปัญหาในพื้นที่อย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้เหตุการณ์บานปลาย และให้ความสำคัญกับการดำเนินการตามแนวนโยบายของรัฐบาลอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม



