ชาวภูเก็ตหวั่นดินถล่ม ร้องสอบไซต์งานตักหน้าดินบนเขากมลา จนท.รุดตรวจพบไม่ขออนุญาต เร่งสอบเอกสารสิทธิ์ครองที่ดิน
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงาน นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต มอบหมายให้ดร.สมคิด ช่อคง ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, อำเภอกะทู้, เทศบาลตำบลกมลา, นาวาเอกพงศกร อิฐสมบัติ หัวหน้าฝ่ายบริหารงานกำลังพลกอ.รมน.จังหวัดภูเก็ต, สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต, นายสรศักดิ์ รณะนันทน์ ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้จังหวัดภูเก็ตและผู้แทนสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบที่ดินบริเวณป่าเทือกเขากมลา ตำบลกมลา อำเภอกะทู้ที่มีพลเมืองดีร้องเรียนเรื่องการขุดตักหน้าดินหรือเปิดหน้าดิน สันนิษฐานว่าดำเนินการโดยผิดกฎหมายและประชาชนผู้ร้องเรียนหวั่นเกรงว่าจะเกิดปัญหาดินโคลนถล่มน้ำบ่าไหลหลากสร้างความเสียหายต่อชุมชนในตำบลกมลาได้ในอนาคต

ข่าวแจ้งว่า พื้นที่เกิดเหตุ ที่คณะเจ้าหน้าที่ร่วมสนธิกำลังเข้าตรวจสอบในครั้งนี้ ทางเข้าอยู่บริเวณเส้นทางถนนสายรอบเกาะ กมลา-ป่าตอง หรือ ควนยักษ์ ตามชื่อเรียกของประชาชนในพื้นที่มีการสร้างประติมากรรมในวรรณคดี ไทย เช่น ยักษ์ สัตว์ในหิมพานต์และอื่นๆ อยู่ทั่วไป และเจ้าของกิจการปล่อยทิ้งร้างแล้ว โดยประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าไทยแล้วชาวต่างประเทศสามารถมองเห็นร่องรอยการขุดตักหน้าดินได้อย่างชัดเจน เมื่อไปถึงพบว่ามีคนงานขับขี่รถขุดหน้าตักหลัง พร้อมรถบรรทุกที่ลำเลียงดินหินทรายออกจากพื้นที่ นอกจากนี้ มีการสร้างเพิงพักชั่วคราวและมีร่องรอยขุดตักหน้าดินเป็นบริเวณกว้าง และพื้นที่เกิดเหตุนี้ เจ้าหน้าที่สามารถมองทัศนียภาพอ่าวกมลาและใกล้เคียงได้อย่างชัดเจน หรือ Seaview รวมทั้งมีการตัดฟันและเลื่อยไม้เป็นท่อนวางกองอยู่เป็นหย่อมๆ และปัญหาที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่หวั่นเกรงว่าอาจทำให้เกิดเหตุดินโคลนถล่มได้ เพราะมีการขุดตักหน้าดิน จนไม่มีต้นไม้ปกคลุมพื้นที่โดยรอบเหมือนเดิมอีก

อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบของ ดร.สมคิด ช่อคง ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตศูนย์ป่าไม้ภูเก็ต และสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต เบื้องต้น ทราบว่าผู้ครอบครองที่ดินบริเวณดังกล่าวอ้างว่ามีเอกสารสิทธิ์ ที่ดินประมาณ 30 ไร่เศษ และไม่ใช่เขตป่าไม้ แต่กลับมีการขุดตักหน้าดินโดยไม่ได้ขออนุญาต จึงได้มอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินคดี พร้อมเรียกตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ที่ดินจากผู้อ้างการครอบครองที่ดินเพิ่มเติมเพื่อตรวจสอบความสูง เพราะหากความสูงเกิน 140 เมตรจากระดับน้ำทะเล ไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างใดๆ ได้ ส่วนการตัดไม้ในพื้นที่ควบคู่ไปด้วยนั้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานเช่นเดียวกันว่า มีการดำเนินการนอกเขตพื้นที่โฉนดหรือไม่อย่างไร และจะต้องมีการรังวัดตรวจสอบกับระวางพื้นที่ป่าประกอบกันไป
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ชุดเดียวกันนี้ยังเดินทางต่อไปยังปางช้างแห่งหนึ่งที่อยู่บริเวณเหนือที่ดินที่เกิดเหตุที่มีการขุดตักหน้าดินและตัดไม้เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติมว่าเจ้าของกิจการปางช้าง บุกรุกรุกครอบครองพื้นที่ป่าเทือกเขากมลา เพื่อให้บริการนักท่องเที่ยว หรือไม่ด้วย


