ชาวสวนยางบึงกาฬ ร้องส.ส.ช่วยผลักดันแก้ปัญหา ไม่มีไฟฟ้าใช้-ถนนพัง
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ชาวบ้านบ้านศรีอำนวยพร หมู่ที่ 8 ต.ท่ากกแดง อ.เซกา พร้อมด้วย ผู้นำชุมชน ผู้นำหมู่บ้าน และ นางอรอุมา บุญศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ ลงพื้นที่รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เกษตรกรชาวสวนยางพารา หลังขอขยายเขตไฟฟ้าเพื่อการเกษตร นานหลายปียังไม่มีความคืบหน้า จนต้องร้องทุกข์ไปหา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 2 นางอรอุมา บุญศิริ ให้ลงมาดูความเดือดร้อนและช่วยผลักดัน ให้ชาวบ้านมีไฟฟ้าใช้
นายเกรียงไกร นวลสว่าง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลท่ากกแดง อ.เซกา กล่าวว่า เรื่องไฟฟ้าทางการเกษตร ในพื้นที่มีปัญหาไฟฟ้าไม่ทั่วถึง จึงต้องอาศัยไฟอย่างอื่นช่วย เช่น เครื่องปั่นไฟ หรือลากสายจากครัวเรือนอื่น ซึ่งมีระยะทางมาก สำหรับตนเองนั้นดึงลายสายจากบ้านมาที่สวน เกือบ 2 กิโลเมตร โดยประชาชนที่มาวันนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องการไฟฟ้า ทั้งไฟฟ้าเพื่อการเกษตร และไฟฟ้าในครัวเรือน เพราะประชาชนจำนวนมากก็ต้องการ ปลูกบ้านในสวนยางพาราด้วย มีชาวบ้านรายหนึ่งทำฟาร์มโค ลงทุนซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าไปเอง ทำเอง ระยะทางกิโลกว่า น่าจะมีค่าใช้จ่ายถึงหลักแสน ซึ่งหากไฟฟ้าเข้ามาถึงพื้นที่ก็จะสะดวกต่อการทำงาน การตั้งบ้านเรือน ตลอดจนเรื่องความปลอดภัยในพื้นที่ด้วย ซึ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งในต.ท่ากกแดง ยังไม่สามารถเข้าถึงไฟฟ้าได้ จึงอยากฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการในเรื่องไฟฟ้าด้วย
นายประคอง บุตรเกี่ยว ผู้ใหญ่บ้านบ้านโนนพระทราย หมู่ 3 ต.ท่ากกแดง อ.เซกา กล่าวว่า เส้นทางสายนี้เป็นเส้นทางเข้าวัด และเชื่อมต่อไปพื้นที่ทางการเกษตรที่ประชาชนใช้ร่วมกัน ซึ่งมีพื้นที่นาและสวนยางพารา ปัญหาคือเป็นถนนลูกรัง ถมดินมา 4 – 5 รอบแล้ว หากมีการดำเนินการเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็กจะสะดวกขึ้น ซึ่งในช่วงฤดูฝนจะไปมาลำบากในพื้นที่ใช้กัน 4 – 5 หมู่บ้าน
นางอรอุมา กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ ปัญหาที่พบเจอมากที่สุดคือ 1. เรื่องไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้าส่องสว่าง ไฟฟ้าในหมู่บ้าน ไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ซึ่งพื้นที่ตรงนี้ จะเป็นไฟฟ้าเพื่อการเกษตร โดยบ้านที่พักอาศัยกับพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้านมีระยะทางไกลกัน เมื่อชาวบ้านไม่มีไฟฟ้าทางการเกษตรก็จะต้องกลับไปนอนที่บ้าน แต่ปัญหาที่ตามมาคือ ชาวบ้านต้องทิ้งผลิตผลทางการเกษตรเอาไว้ในสวน ในไร่ ซึ่งชาวบ้านเองกังวลว่าอาจมีการขโมยผลผลิตทางการเกษตร โดยที่ชาวบ้านไม่มีโอกาสได้นอนเฝ้า ชาวบ้านจึงต้องการไฟฟ้าเพื่อการเกษตร เพื่อสามารถมานอนเฝ้าผลผลิตทางการเกษตรได้ โดยปัจจุบันถือเป็นความทุกข์แสนสาหัสของชาวบ้าน ที่ราคาพืชผลตกต่ำ และยังมีเรื่องโจรเข้ามาอีก จึงถือว่าเป็นปัญหาใหญ่พอสมควรสำหรับชาวบ้าน โดยกระบวนการต่อไปตามอำนาจหน้าที่ของ สส. คือ จะมีการนำปัญหาไปสะท้อนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้ามารับรู้ แก้ไขอย่างทันท่วงที เพื่ออำนาวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนที่รอความหวังอยู่
ประเด็นที่ 2 คือการพัฒนาถนนลูกรัง ให้เป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ได้แก่ ถนนบ้านท่ากกต้อง หมู่ที่ 4 ที่เชื่อมต่อ 4 ตำบล คือ ท่ากกแดง หนองทุ่ม โป่งไฮ และท่าสะอาด , ถนนทางเข้าวัดโนนพระทราย หมู่ 3 ถนนบริเวณพื้นที่บ้านโชคอำนวย หมู่ที่ 16
อย่างไรก็ตาม ผู้นำชุมชน ผู้นำหมู่บ้าน ที่ร่วมลงพื้นที่ครั้งนี้ ระบุว่า แม้ว่าการผลักดันอาจต้องใช้เวลาบ้าง แต่กระบวนการพัฒนาก็ยังมีหลายกระบวนการที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพราะนอกจากการร่วมผลักดันการพัฒนาแล้ว ก็ยังมีการร่วมกับภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษาในพื้นที่ ร่วมกับวัด ร่วมกับชุมชน ในการขับเคลื่อนงานด้านต่าง ๆ อยู่เสมอ จึงจะเกิดเป็นการพัฒนาที่ครบวงจร สิ่งไหนที่สามารถร่วมกันพัฒนาได้เลย พื้นที่ก็จะช่วยกันดำเนินการ ขณะที่สิ่งไหนพื้นที่ไม่สามารถดำเนินการได้ก็จะร่วมกันผลักดันให้เกิดการพัฒนาต่อไป

