หน้าแรก ภูมิภาค ตราด ชูธง &#8...

ตราด ชูธง ‘TO BE NUMBER ONE’ โมเดล ‘ต้นแบบ’ ป้องกันยาเสพติดระดับประเทศ

6.08.25 | 14:21 น.

ตราด ชูธง ‘TO BE NUMBER ONE’ โมเดล ‘ต้นแบบ’ ป้องกันยาเสพติดระดับประเทศ


หลังจากกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายที่จะแก้ปัญหายาเสพติดของประเทศให้ลดจำนวนลง จากที่ผ่านมาแนวทางแก้ปัญหายาเสพติดยังไม่ชัดเจน ครั้งนี้จึงสั่งการให้แต่ละจังหวัดดำเนินการแก้ปัญหายาเสพติดให้ได้ผลภายใน 3 เดือน สำหรับ จังหวัดตราด แม้ไม่ใช่จังหวัดที่มีการผลิต แต่ด้วยมีพื้นที่ติดชายแดน จึงถือว่ามีความเสี่ยงต่อปัญหายาเสพติดข้ามไม่น้อย ซึ่งจากการรายงานสถานการณ์ข่าวของกองกำลังป้องชายแดน จ.จันทบุรีและตราด ที่ตรวจสอบและมีรายงานเชิงลึกระหว่างปี 2561-2567 พบว่า พื้นที่จังหวัดตราดมีการลักลอบนำเข้าผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ และช่องคีรีวงษ์ ต.คลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด รวมทั้งการลักลอบขนยาเสพติดมากับลูกเรือประมงชาวกัมพูชาตามท่าเรือในเขตจังหวัดตราด

แต่กระนั้น การลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่รับผิดชอบเป็นไปค่อนข้างยากลำบาก เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นป่าเขา เป็นเส้นทางบังคับ อีกทั้งมีด่านตรวจเป็นจำนวนมาก ทำให้การลำเลียงยาเสพติดปริมาณมากผ่านเส้นทางเข้าสู่ส่วนกลางดำเนินการได้ยาก แต่สิ่งหนึ่งที่อาจเกิดขึ้น คือ การลักลอบนำเข้าทางทะเล ซึ่งตรวจจับได้ลำบาก มีโอกาสเป็นไปได้สูง แต่ยังไม่ปรากฏผลทางการจับกุม อำเภอคลองใหญ่จึงถูกกำหนดเป็นพื้นที่เป้าหมายรองที่การนำเข้ายาเสพติด และมีแนวโน้มเพิ่มความสำคัญมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ที่ผ่านมา สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ภาค 2 รายงานสถานการณ์และแนวโน้มปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดตราด และผลการดําเนินการตามมาตรการป้องกัน การปราบปรามและบังคับใช้กฎหมาย และการบําบัดรักษา ผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด ในพื้นที่จังหวัดตราด โดยตลอดเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ในพื้นที่จังหวัดตราด มีการจับกุมคดียาเสพติด 106 คดี ได้ของกลางยาเสพติด เป็นยาบ้า 1,393 เม็ด ไอซ์ 125 กรัม และเคตามีน 0.39 กรัม จากปัญหาดังกล่าว นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด จึงตั้งเป้าแก้ปัญหาในเรื่องนี้อย่างจริงจัง และตั้งคณะทำงานเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดระดับพื้นที่จังหวัดตราด (โต๊ะข่าว) ซึ่งมีการรายงานการวิเคราะห์สถานการณ์และแนวโน้มยาเสพติด รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคและข้อเสนอแนะ ใน 3 ด้านเพื่อแก้ไขปัญหานี้ ได้แก่

Advertisement

1.ด้านมาตรการป้องกันยาเสพติด ประกอบด้วย การดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน, การดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา, การดำเนินการป้องกันปัญหายาเสพติดในสถานประกอบการ, รวมทั้งการป้องกันปัญหายาเสพติดในร้านเกม ร้านคาราโอเกะ

2.ด้านมาตรการปราบปรามและบังคับใช้กฎหมาย ในการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดน รวมถึงการปราบปรามกลุ่มการค้ายาเสพติด ของหน่วยงานด้านการปราบปราม รวมถึงคดียาเสพติดของเด็กและเยาวชน

3.มาตรการบำบัดรักษาผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด โดยการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพ, ผู้ติดเสพติด แบบบูรณาการ และการบำบัดรักษาอาการติดยาเสพติดตามคำพิพากษา
นอกจากนี้ ผู้ว่าฯณัฐพงษ์ยังลงพื้นที่เยี่ยมหมู่บ้าน และใช้กิจกรรมโครงการ TO BE NUMBER ONE ในสถานการศึกษา เพื่อให้เข้าถึงแหล่งที่เกิดปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังและเข้าไปเชิงลึก และสามารถแก้ไขสถานการณ์ใน 3 มาตรการ ทั้งการป้องกัน การปราบปราม และการบำบัด และเกิดผลสำเร็จ

ผู้ว่าฯณัฐพงษ์กล่าวว่า จังหวัดตราดแม้ไม่ใช่จังหวัดที่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติดมากเหมือนจังหวัดอื่นๆ เนื่องจากจังหวัดตราดเป็นเพียงทางผ่านของยาเสพติดเท่านั้น อย่างไรก็ตาม จังหวัดตราดมีแผนในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดที่เป็นรูปธรรมก่อนหน้านี้แล้ว โดยเฉพาะการผลักดันกิจกรรมโครงการ TO BE NUMBER ONE ของจังหวัดตราดแทรกไปในกิจกรรมป้องกันยาเสพติดทั้งในโรงเรียนและในหมู่บ้านแต่ละแห่ง พร้อมส่งเสริมกิจกรรม TO BE NUMBER ONE ให้เป็นกิจกรรมที่สร้างความร่วมมือในการรณรงค์ด้วย ซึ่งส่งผลดีต่อประชาชนในหมู่บ้าน และกับสถานการศึกษา ซึ่งในปี 2568 จังหวัดตราด ผู้ว่าราชการจังหวัดรับรางวัล ผู้ว่าราชการจังหวัด TO BE NUMBER ONE ดีเด่น ระดับประเทศด้วย

“ผมจำได้ว่า ใน 261 หมู่บ้าน 7 ชุมชน ของจังหวัดตราด ที่ผมจำได้ถึงแต่ละหมู่บ้านที่ได้ไปเยี่ยม แต่ละชุมชนเพื่อเปลี่ยนแปลงไม่ให้มีปัญหาด้านยาเสพติดและได้เปลี่ยนจากเขตแดงไปเป็นเขตเขียว จาก 81 หมู่บ้านที่มีปัญหายาเสพติด กลายเป็น 187 หมู่บ้านที่ปลอดภัย และมีผู้เสพ 610 คนที่ผ่านการบำบัดรักษา ซึ่งไม่ใช่แค่ตัวเลขในกระดาษ แต่คือหลายร้อยคนที่มีโอกาสเริ่มชีวิตใหม่” ผู้ว่าฯณัฐพงษ์กล่าว
และเพิ่มเติ่มว่า สำหรับเงินรางวัลที่ได้มา ได้นำมาตั้งเป็นงบประมาณ 4.2 ล้านบาท โดยตั้งใจจะนำไปแก้ปัญหายาวเสพติดต่อไป จะแบ่งปันให้หมู่บ้านต่างๆ ผ่านสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดตราด 350,400 บาท เพื่อใช้สำหรับกิจกรรมเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และให้ตำรวจภูธรจังหวัดตราด 1 ล้านกว่าบาทสำหรับการปราบปราม ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตราด 2 ล้านบาทสำหรับการบำบัดฟื้นฟู สุดท้าย ให้ที่ทำการปกครองจังหวัดตราด 776,450 บาท สำหรับการประสานงานในกิจกรรมด้านต่างๆ

“สำหรับโครงการ TO BE NUMBER ONE ปี 2569 ได้ตั้งเป้าหมายจะทำให้หมู่บ้านและชุมชนทั้งหมด 268 แห่งปลอดภัยจากยาเสพติดทั้งหมด 100% โดยมีวิธีการใช้ใน 4 มิติ คือ การป้องกัน การปราบปราม การบำบัด และบริหารจัดการ ทั้งนี้งบประมาณจะใช้อย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ เพื่อประชาชน เพื่อเป้าหมายสุดท้าย คือ ให้ทุกคนในจังหวัดตราดได้เป็น NUMBER ONE ของตัวเอง โดยรางวัลนี้ไม่ได้ทำให้งานจบลง แต่เป็นการเริ่มต้นใหม่ เป็นเครื่องเตือนใจว่าทุกคนในสังคมมีคุณค่า ทุกคนสมควรได้รับโอกาส และเมื่อเราร่วมมือกัน ไม่มีปัญหาใดที่แก้ไม่ได้”

โล่รางวัล เป็นเหมือนการเตือนใจว่า “TO BE NUMBER ONE” ไม่ใช่แค่สโลแกน แต่เป็นเป้าหมายที่ทุกคนในจังหวัดตราดสามารถไปถึงได้ ด้วยการช่วยเหลือกันและกัน โดยรางวัลผู้ว่าราชการจังหวัด TO BE NUMBER ONE ดีเด่น ระดับประเทศ ซึ่งรางวัลที่ได้รับมาจะเร่งรัดให้ทำทุกวันต่อไป

“เพื่อให้จังหวัดตราดเป็นจังหวัดหนึ่งที่ดีของภูมิภาคตะวันออก และเป็นตัวอย่างให้จังหวัดอื่นๆ ได้เดินตามต่อไป” ผู้ว่าฯทิ้งท้าย