หน้าแรก ภูมิภาค ศอ.บต.ดันผ้าค...

ศอ.บต.ดันผ้าคลุมกรง ‘นกกรงหัวจุก’ ปั้น Soft Power จากชุมชนท้องถิ่น

6.08.25 | 14:39 น.

ศอ.บต.ดันผ้าคลุมกรง’นกกรงหัวจุก’
ปั้นSoft Powerจากชุมชนท้องถิ่น

การเลี้ยง “นกปรอดหัวโขน” หรือ “นกกรงหัวจุก” เป็นกิจกรรมที่นิยมแพร่หลายในพื้นที่ชายแดนใต้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ โดยเฉพาะในกลุ่มชาวมุสลิม จะพบกรงนกแขวนตามบ้านแทบทุกหลัง

จากวิถีชีวิตของประชาชนดังกล่าว ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จึงร่วมกับชมรมนกปรอดหัวโขน จังหวัดชายแดนภาคใต้จัด “ยกระดับผลผลิตและพัฒนาทักษะการทำผ้าคลุมกรงนกปรอดหัวโขน สู่การเป็น Soft Power” โดยมีนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร รองเลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมห้องประชุมอภัยนุราช 1 โรงแรมสินเกียรติบุรี จ.สตูล

มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา และสตูล โดยเน้นการพัฒนาทักษะการผลิตผ้าคลุมกรงนกที่สะท้อนวัฒนธรรม ความประณีต และความสามารถเชิงช่างของประชาชนในท้องถิ่น ให้สามารถต่อยอดไปสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศในรูปแบบของ Soft Power

กิจกรรมตามโครงการ มีเวิร์กช็อปเทคนิคการตัดเย็บผ้าคลุมกรงนก การจำลองการแข่งนก การนำเสนอนวัตกรรมขันน้ำดิจิทัล เพื่อพัฒนาการแข่งขันนกกรงหัวจุก การนำเสนอและออกแบบลวดลายผ้าคลุมกรงนกให้ทันสมัยผสมผสานกับอัตลักษณ์ท้องถิ่น รวมถึงการบริหารจัดการธุรกิจขนาดย่อม การตลาดออนไลน์ และการเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์ เพื่อเตรียมพร้อมให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันในตลาดยุคใหม่ได้อย่างมั่นใจ โดยมีผู้ประกอบการ ผู้เลี้ยงนกในพื้นที่ และประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก

Advertisement

นายปิยะศิริกล่าวว่า กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่ ศอ.บต.ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาทักษะอาชีพแก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และกิจกรรมครั้งนี้ ถือเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของปีงบประมาณ 2568 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจและความต่อเนื่องในการพัฒนาพื้นที่อย่างจริงจัง

“การปลดล็อกนกปรอดหัวโขน หรือนกกรงหัวจุกž ออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง เป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ประชาชนคลายความกังวลในการเลี้ยงนกและประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้อง ไม่ต้องหวาดระแวงว่าจะผิดกฎหมายอีกต่อไป ซึ่งเป็นการเปิดทางให้เราสามารถพัฒนาเศรษฐกิจในมิติวัฒนธรรมได้อย่างเปิดเผยและสร้างสรรค์ สิ่งที่ผมคาดหวังไม่ใช่จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม แต่อยู่ที่ว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับอะไรจากโครงการ และสามารถนำไปต่อยอดในชีวิตจริงได้หรือไม่ สิ่งเหล่านี้คือหัวใจของโครงการที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว และสร้างความมั่นคงในพื้นที่อย่างยั่งยืน ศอ.บต.ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าส่งเสริมอาชีพตามบริบทของพื้นที่ สนับสนุนการสร้างมูลค่าเพิ่มจากสินค้าพื้นถิ่น ควบคู่กับการส่งเสริมอัตลักษณ์วัฒนธรรมที่มีอยู่เดิมให้กลายเป็น Soft Power ที่สามารถสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนในอนาคต” รองเลขาธิการ ศอ.บต.กล่าว