หน้าแรก ภูมิภาค อดีตเจ้าคณะตำ...

อดีตเจ้าคณะตำบลปืนดุ เปิดใจสุดทนถูกนินทา- กีดกันไม่ให้รับกิจนิมนต์ นานหลายปี ยันไม่ได้ตั้งใจยิง

6.08.25 | 16:24 น.

อดีตเจ้าคณะตำบลปืนดุ เปิดใจสุดทนถูกนินทา- กีดกันไม่ให้รับกิจนิมนต์ นานหลายปี ไม่ได้ตั้งใจยิง แค่ต้องการขู่


เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ที่ห้องสืบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองมหาสารคาม พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผู้บังคับการกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 พร้อมด้วย พ.ต.อ.วสันต์ เกศะรักษ์ รอง ผบก.ภ.จว.มหาสารคาม พ.ต.อ.ไกรทอง ชัยสิงห์ ผกก.สภ.เมืองมหาสารคาม พ.ต.ท.กฤษฎา นิติพจน์ รอง ผกก.สืบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม ร่วมกับรับมอบตัว พระอธิการมานพ ฐานวีโร เจ้าอาวาสวัดโพนสว่าง และเจ้าคณะตำบลเขาแก้ว เขต 2 อ.เชียงคาน จ.เลย หรือ นายมานพพร  อายุ 47 ปี ที่ปัจจุบันได้ทำการลาสิกขาแล้ว โดยทางญาติได้พาเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ สภ.เมืองมหาสารคามนั้น

อ่านข่าวเจ้าคณะตำบลยิงเจ้าอาวาสบาดเจ็บสาหัส แล้วหนี ยอมมอบตัวแล้ว ขัดแย้งเงินบำรุงวัด

นายมานพพร หรืออดีตพระมานพ เปิดเผยว่า หลังจากหลวงพ่อเจ้าคณะอำเภอ เรียกเจ้าคณะตำบลเข้าประชุมด่วน เนื่องจากมีนโยบายกวาดล้างพระเถื่อน ยาเสพติด และเรื่องเงินวัดต่างๆ ที่ทางการได้มีการปราบปราม เพื่อเรียกศรัทธากลับคืนมาในหมู่คณะสงฆ์ หลังจากเสร็จการประชุม ต่างก็แยกย้ายกลับวัดต่างๆ จนมารวมกันที่วัด พระครูโม ก็ได้มีการสนทนากัน ส่วนท่านโยธินคู่กรณีตนเอง ท่านไม่เข้าร่วมประชุมเพราะท่านติดงาน ก็เลยมาคุยกันที่ร้านกาแฟกัน โดยเล่ารายละเอียด ว่าประชุมกันเรื่องอะไร ก็ได้ชี้แจงให้ท่านเข้าใจ ซึ่งเมื่อเจอท่านโยธินพอดี ด้วยความที่ไม่พอใจ ก็เลยขับรถกลับไปกุฏิไปหยิบปืนมายิง ซึ่งปืนเป็นปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 ส่องลำกล้อง ใส่กระสุนได้ 2 นัด ซึ่งเจตนาไม่ได้กะว่าจะยิง แต่จะยิงขู่

Advertisement


นายมานพพรกล่าวต่อว่า ไม่มีเจตนาจะทำร้าย ให้กลัว ให้ตกใจ แต่ไม่อย่าให้ทำอีก อย่าแกล้งตนอีก ซึ่งตนไม่เคยยิงปืนมาก่อน ตอนนั้นมือก็สั่น ไม่รู้ว่ายิงโดนหรือไม่ ด้วยอารมณ์ที่ยิงตอนนั้นโมโห ซึ่งปืนได้ทิ้งออกหน้าต่างรถริมถนนระหว่างกลับบ้าน จากเชียงคาน มาที่มหาสารคาม น่าจะทิ้งปืนบริเวณแถวๆ อำเภอภูกระดึง ยืนยันว่าไม่ได้เตรียมปืนไป กลับมาเอาปืนเพื่อจะยิงขู่แต่ไปเจอท่านโยธินเข้าพอดี หลังยิงเสร็จ ก็กลับบ้านที่มหาสารคาม

นายมานพพรกล่าวต่อว่า สาเหตุที่ก่อเหตุ เพราะตนไม่พอใจที่ถูกแกล้ง ถูกต่อว่า ถูกนินทาลับหลัง สะสมมานาน ถูกกีดกันไม่ให้รับกิจนิมนต์ ไปพูดกันลับหลังว่า ต่อไปไม่ต้องนิมนต์พระมานพ ซึ่งตนบังเอิญได้ยินตลอด มาเข้าหูตลอดหลายปี

โดยอดีตพระมานพ บวชเมื่อปี 2561 ก่อนที่พระครูโม จะชักชวนมาจำพรรษา ที่วัดโพนสว่าง เพราะว่าไม่มีพระ พอมาแล้ว ชาวบ้านก็ยอมรับ ก็เลยอยู่มาเรื่อยๆ เป็นเจ้าอาวาสเมื่อปี 2565 เป็นเจ้าคณะตำบลเมื่อปี 2567

นายมานพพรกล่าวต่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่สะสมมาต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 3 ปีที่อยู่เชียงคาน ยืนยันว่าต้องการแค่จะขู่ ให้ตกใจ ให้กลัว ไม่ได้มีเจตนาที่จะให้ถึงชีวิต แต่ตอนนั้นมือมันสั่น ปืนมันสะบัด กะแค่จะยิงขู่ ไม่รู้ว่ายิงไปโดน ส่วนพระอีกรูปก็กะว่าจะยิงขู่เหมือนกัน ถ้าตั้งใจยิงจริงๆ ก็คงถึงชีวิตไปแล้ว ที่เข้ามามอบตัวก็เพราะว่าสำนึกผิด และไม่อยากให้ยืดเยื้อ

ด้าน นายบวร น้องชายอดีตพระมานพพร กล่าวว่า นายมานพพร กลับมาที่บ้านเมื่อวานนี้ ซึ่งก่อนที่จะเข้ามอบตัว ทางพี่ชายก็บอกว่าอย่างเพิ่ง ขอเวลาสักวันนึง พอวันนี้ก็เลยติดต่อกับเจ้าหน้าที่เพื่อขอเข้ามอบตัว ซึ่งตอนรู้ข่าวก็ตกใจ เพราะเห็นจากข่าวก็รู้ว่าเป็นพี่ชายของตน ซึ่งช่วงหลังเกิดเหตุพี่ชายก็โทรมาหา แต่ไม่ได้บอกว่าจะไปที่ไหน บอกว่ามีเรื่องกัน แต่ไม่บอกว่าทำอะไรมา จนกระทั่งพี่ชายกลับมาตั้งหลักที่บ้าน ว่าจะเอาอย่างไร ซึ่งได้รู้รายละเอียดแล้ว เลยแนะนำว่าเราควรมอบตัวดีกว่า ตอนนี้สบายใจขึ้น เพราะบางเรื่องก็ได้ระบายออกมา เพราะแกไม่ได้ระบายอะไรออกมา ที่ผ่านมาถูกกดดันตลอด ตนดูจากข่าว ชาวบ้านต่างพูดว่า แกเป็นพระที่ดี เป็นพระนักพัฒนา เรื่องที่เกิดขึ้น ลึกๆ ตนก็ไม่รู้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร โดนกดดันหลายๆ อย่าง อาจเป็นเพราะว่าไปอยู่ต่างถิ่นด้วย กลายเป็นคนหัวเดียวกระเทียมลีบ

ด.ต.ประชากร นาแก้ว อดีตตำรวจ ภ.จว.มหาสารคาม กล่าวว่า ได้รับการประสานจากทางญาติของอดีตพระมานพพร ซึ่งตนเองเกษียณอายุราชการมา 4 ปีแล้ว ก็อยู่หมู่บ้านเดียวกัน ตนก็เลยประสาน พ.ต.อ.ไกรทอง ชัยสิงห์ ผกก.สภ.เมืองมหาสารคาม ว่าจะพาอดีตพระมานพพรเข้ามอบตัว โดยทางเจ้าหน้าที่ก็รับทราบ และพร้อมที่จะอำนวยความสะดวก ให้ความเป็นธรรม ให้ความปลอดภัย ก็เลยพามามอบตัว ซึ่งก็ต้องอาศัยความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ เพราะหากไม่มีการพูดคุยกันก่อน ก็เกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย

ด้าน พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผู้บังคับการกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 กล่าวว่า ตั้งแต่วันเกิดเหตุอดีตพระมานพได้ก่อเหตุยิงพระที่อยู่ในพื้นที่ตำบลเดียวกัน 2 รูป ได้รับบาดเจ็บ 1 รูป อีกรูปปลอดภัย ทางเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่สืบสวนทราบว่า อดีตพระมานพ มีญาติพี่น้องอยู่ที่ จ.มหาสารคาม ก็เชื่อว่าทางพระที่ก่อเหตุ จะหลบหนีมาทางนี้ จึงได้ทำการประสานมายังชุดสืบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม ช่วยกันติดตาม กดดัน ประชาสัมพันธ์แจ้งเบาะแสรถยนต์ที่ใช้หลบหนี ประสานที่พัก รีสอร์ตต่างๆ ในที่สุดทางญาติก็ได้ติดต่อพาเข้ามอบตัว พร้อมกับรถยนต์ที่ใช้หลบหนี

ส่วนอาวุธปืนนั้น ผู้ต้องหาอ้างว่าโยนทิ้งไป ก็ต้องไปติดตามค้นหาอาวุธของกลาง สาเหตุที่ก่อเหตุเกิดจากความขัดแย้งในการทำกิจนิมนต์ของพระ อีกส่วนหนึ่งก็จะเป็นการถูกพูดจาดูหมิ่นเหยียดหยามศักดิ์ศรี ถากถางต่างๆ เกิดโมโห บันดาลโทสะ ขับรถจากที่เกิดเหตุ มาเอาปืนที่กุฏิ มายิงพระโยธิน ที่บริเวณใบหู 1 นัด หลังจากนี้ ทาง สภ.เชียงคาน ก็จะมารับตัวผู้ต้องหา และแจ้งข้อหาพยายามฆ่า มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง