หน้าแรก ภูมิภาค ชัยภูมิ แล้งห...

ชัยภูมิ แล้งหนัก! ฝนทิ้งช่วงต้นข้าวยืนต้นตายเกือบแสนไร่ จี้รบ.จริงจังแก้ปัญหาภัยแล้ง-น้ำท่วม

10.08.25 | 14:54 น.

ชัยภูมิ แล้งหนัก! นาข้าวขาดน้ำ ยืนต้นตายนับแสนไร่ จี้รัฐบาลควรจริงจังที่จะมีนโยบายแก้ปัญหาภัยแล้ง-น้ำท่วม ที่ชัดเจนเป็นยุทธศาสตร์หลักวาระแห่งชาติ


เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในฤดูการเพาะปลูกนาข้าวปีนี้ เจอสถานการณ์ภัยแล้งฝนทิ้งช่วงหนักแล้วในช่วงหน้าฝนปีนี้ หลังฝนไม่ตกทิ้งช่วงมานานตั้งแต่ช่วงเทศกาลวันเข้าพรรษาที่ผ่านมา ที่ถือว่าในทุกปีเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูฝนเต็มตัวของทุกปี ประชาชนชาวนาใน จ.ชัยภูมิ จะถือเป็นช่วงทำการเกษตรปลูกข้าวกันจำนวนมากในทุกพื้นที่ในทั้ง 16 อำเภอ ที่มีจำนวนมากในทุกปีมากกว่า 1 ล้านไร่

และในปีนี้ชาวนาในพื้นที่หลายอำเภอต่างเร่งพากันปลูกข้าวรอฝนกันจำนวนมากนับหลายแสนไร่แล้วในขณะนี้ แต่ประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงหนักมาต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงวันเข้าพรรษาที่ผ่านมา และล่าสุดทางกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งอีกว่าในช่วงตั้งแต่วันนี้ 10 สิงหาคม จ.ชัยภูมิ จะพอมีฝนตกลงมาในพื้นที่ยาวไปจนถึงวันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม เฉลี่ยสูงถึง 60-70% ของพื้นที่

แต่มีรายงานล่าสุดมีนาข้าวของประชาชนในพื้นที่ หนักสุดใน อ.เมืองชัยภูมิ เฉพาะที่ ต.โคกสูง เพียงตำบลเดียว มีนาข้าวขาดน้ำยืนต้นตายไปหมดแล้วรวมกว่า 15,000 ไร่ และในพื้นที่ อ.เทพสถิต, ภักดีชุมพล, หนองบัวแดง ก็มีนาข้าวขาดน้ำยืนต้นตายได้รับความเสียรวมอีกไม่น้อยเป็นจำนวนมากอีกนับหลายหมื่นไร่ ซึ่งถึงแม้จะทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งว่าล่าสุด จ.ชัยภูมิ มีฝนตกลงมาในช่วงวันสองวันนี้ก็ไม่ทันแล้ว เพราะนาข้าวในหลายพื้นที่ขาดน้ำมานาน ยืนต้นตายได้รับความเสียหายรวมแล้วจำนวนมากในขณะนี้เกือบนับแสนไร่แล้ว

Advertisement

ซึ่งประชาชนในพื้นที่อยากให้รัฐบาลควรที่จะมีมาตรการนโยบายออกมาในการช่วยแก้ปัญหาภัยแล้ง-น้ำท่วม ในพื้นที่ทั่วประเทศและโดยเฉพาะพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ที่เป็นจังหวัดของจุดต้นกำเนิดแม่น้ำชี ที่เป็นสายน้ำที่ยาวที่สุดของประเทศไทย และไหลไปผ่านจังหวัดต่างๆ หล่อเลี้ยงชาวบ้านทั่วภาคอีสาน (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) มาช้านานจนปัจจุบัน ซึ่งหากพื้นที่ต้นกำเนิดแม่น้ำชีเกิดปัญหาภัยแล้งหนัก แล้วจะส่งผลกระทบยาวต่อไปทั่วภาคอีสานในปีนี้อีกด้วย ซึ่งทางรัฐบาลควรที่จะมีนโยบายที่ชัดเจนเร่งด่วนออกมาช่วยแก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพอย่างชัดเจน ถือเป็นวาระแห่งชาติ แก้ปัญหาปากท้องประชาชนให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันด้วย ที่จะนำไปสู่จะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง ให้กับประชาชนในภาคอีสานต่อไปอย่างเป็นระบบทั้งหมดอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคตด้วย