ผู้ประกอบการชี้หยุดยาวตรังยังไม่คึกคัก เหตุคนชะลอเที่ยวช่วงโลว์ซีซั่น นทท.ต่างชาติงดเดินทาง แนะเพิ่มสิทธิ์เที่ยวไทยคนละครึ่งกระตุ้นเที่ยวในประเทศ 5แสนสิทธิ์น้อยเกิน เผยความมั่นใจการเมือง-ปัญหาชายแดนยังกระทบ ด้านร้านอาหารพอใจ คึกคักยอดเพิ่ม 40% ครอบครัวกลุ่มใหญ่แห่ใช้บริการ
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม นายสมศักดิ์ เสือบุญทอง นายกสมาคมการท่องเที่ยวและโรงแรมจังหวัดตรัง กล่าวว่า ภาพรวมความคึกคักการท่องเที่ยวในช่วงหยุดยาววันแม่ มีความคึกคักมากขึ้นจากช่วงปกติ แต่ก็ไม่มากนัก แต่ก็ถือว่าเป็นปัจจัยเสริมที่ดี เพราะได้วันหยุดติดต่อกันเพิ่มขึ้น 2-3 วัน ดีกว่าไม่มีวันหยุดเพิ่ม
อย่างไรก็ตาม โดยสภาพแล้วการท่องเที่ยวทางทะเลอันดามันและภาคใต้ขณะนี้อยู่ในช่วงของโลว์ซีซั่นของทุกปี แต่สภาพอากาศก็ยังดี ทะเลและชายหาดยังสามารถท่องเที่ยวได้เพราะฝนไม่ตก สามารถท่องเที่ยวได้ทั้งทางบกและทางทะเล ดังนั้นการมีช่วงวันหยุดยาวเพิ่มขึ้นจึงยังส่งผลบวกต่อภาพรวมการท่องเที่ยว แม้จะไม่คึกคักมากนัก แต่ก็ส่งผลดีมากกว่าช่วงปกติ
นายสมศักดิ์กล่าวอีกว่า ส่วนโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งที่เริ่มดำเนินการแล้วนั้น จากการสอบถามผู้ประกอบการโรงแรมที่พักพบว่าคนยังใช้สิทธิ์น้อยมาก ยอดจองโรงแรมน้อยกว่าช่วงวันหยุดยาวอื่นๆ อีกทั้งจากสถิติผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์เที่ยวไทยคนละครึ่งส่วนใหญ่เลือกท่องเที่ยวในจังหวัดใกล้ๆ กรุงเทพฯ เนื่องจากการเดินทางสะดวก เพราะส่วนใหญ่จะเลือกเดินทางโดยรถส่วนตัวมากกว่า ไม่ค่อยเดินทางโดยรถโดยสาร หรือเครื่องบิน จึงอยากสะท้อนไปยังรัฐบาลให้เพิ่มจำนวนสิทธิ์ของโครงการ เพราะเพียง 5 แสนสิทธิ์นั้นไม่เพียงพอต่อการกระตุ้น เพราะเมื่อจองเต็มก็หยุดชะงัก หากมีการเพิ่มจำนวนสิทธิ์ การท่องเที่ยวก็จะคึกคักมากขึ้น อย่างน้อยก็ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ เพราะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทั้งชาวจีนหรือชาวตะวันตกจะน้อยในช่วงโลว์ซีซั่น
อีกทั้งขณะนี้พื้นที่อุทยานแห่งชาติทางทะเลก็ปิดท่องเที่ยว 2 เดือนเพื่อฟื้นฟูทรัพยากรในช่วงโลว์ซีซั่น อย่างเกาะกระดานชายหาดที่ดีที่สุดในโลกในพื้นที่จังหวัดตรัง รวมถึงอ่าวมาหยา จังหวัดกระบี่ ก็ปิด 2 เดือน และในเดือนหน้า (กันยายน 2568) ถ้ำมรกต อันซีนไทยเลนด์ของทะเลตรังก็ปิดเพื่อฟื้นฟูด้วย ซึ่งผู้ประกอบเข้าใจดีในเรื่องของการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ แต่ปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อยอดการจองของนักท่องเที่ยวที่อาจไม่เลือกเดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงนี้
“โดยภาพรวมการท่องเที่ยวในปี 2568 ถือว่าคนอยู่นิ่งกันมากขึ้น ไม่ได้ท่องเที่ยวคึกคักเหมือนปีก่อนๆ สาเหตุจากหลายปัจจัย อาทิ กระแสการเมือง และปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ที่น่าจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว” นายสมศักดิ์กล่าว
ด้านนายจิระศักดิ์ ทับเที่ยง ประธานชมรมร้านอาหารจังหวัดตรัง (เสื้อเหลือง) กล่าวว่า บรรยากาศช่วงวันหยุดยาววันแม่ของจังหวัดตรังมีความคึกคักมากขึ้น ซึ่งนอกจากจะมีการเดินทางกลับบ้านของคนตรังเพื่อมาเยี่ยมแม่และครอบครัวแล้ว ก็ทำให้เกิดการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวในพื้นที่ใกล้เคียงมากขึ้น โดยบรรยากาศคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า แต่ละครอบครัวพากันจับจ่ายใช้บริการร้านอาหารต่างๆ พาแม่ไปกินข้าว ซึ่งในส่วนของจังหวัดตรังมีจุดเด่นเรื่องอาหารการกิน นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวโดยตรงหรือเดินทางผ่านจังหวัดตรังเพื่อไปท่องเที่ยวต่อยังจังหวัดอื่นต่างตั้งเป้าหมายในเรื่องการมารับประทานอาหารเมืองตรัง โดยกลุ่มลูกค้าจะเป็นกลุ่มครอบครัวและกรุ๊ปใหญ่ๆ 10 คนขึ้นไปมากขึ้นในช่วงนี้ ทำให้ในส่วนของร้านอาหารมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 40% จากช่วงปกติ แม้จะไม่ได้เพิ่มขึ้นหรือหวือหวามาก แต่ก็เป็นตัวเลขที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง จากสถานการณ์ก่อนหน้านี้ที่คงที่มาตลอด

