ตร.ทางหลวง จับ 9 เขมร ลักลอบเข้าไทยผิด กม. อ้างเคยทำงานที่ไทย ข้ามกลับบ้านไปแล้วอดอยาก ขอกลับมาอีก
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ต.ต.กมลภพ หาญเวช สว.ส.ทล.5 กก.3 บก.ทล. (ปราจีนบุรี-สระแก้ว) กล่าวว่า ชุดจับกุมสถานีตำรวจทางหลวง 5 กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจทางหลวง หน่วยสระแก้ว ทำการจับกุมชาวกัมพูชา 9 ราย และคนไทย 1ราย เดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต
ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ขับรถตรวจการณ์ออกตรวจกวดขันวินัยจราจรและป้องอาชญากรรมในเขตพื้นที่รับผิดชอบบริเวณ ทล.33 หน้าวิทยาลัยเทคโนโลยีสระแก้ว กม.232-233 ต.ศาลาลำดวน อ.เมือง จ.สระแก้ว พบรถบรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีเทา-ดำ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร โดยมีลักษณะขนของต้องสงสัย และมีเงาบุคคลภายในรถเยอะผิดปกติ ลักษณะผิดสังเกต จึงส่งสัญญาณให้รถคันดังกล่าวหยุดเพื่อขอทำการตรวจสอบ

ก่อนทำการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงความบริสุทธิ์ใจจนเป็นที่พอใจ จึงเริ่มทำการตรวจสอบด้วยความสมัครใจของผู้ขับขี่รถคันดังกล่าว
ผลการตรวจสอบพบ นายสาธิต อายุ 49 ปี แสดงตนเป็นผู้ขับขี่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ตรวจสอบภายในรถ พบชาวกัมพูชา 9 คน เป็นชาย 7 คน หญิง 2 คน แบ่งเป็น นายวันนี อายุ 19 ปี สัญชาติกัมพูชา นายเชิน อายุ 50 ปี สัญชาติกัมพูชา นายชาน อายุ 23 ปี สัญชาติกัมพูชา นายเจียน อายุ 30 ปี สัญชาติกัมพูชา นายเผือก อายุ 25 ปี สัญชาติกัมพูชา นายปอด อายุ 21 ปี สัญชาติกัมพูชา นายทูน อายุ 30 ปี สัญชาติกัมพูชา นางนา อายุ 37 ปี สัญชาติกัมพูชา น.ส.นิด อายุ 18 ปี สัญชาติกัมพูชา ทั้งหมดไม่มีเอกสารหนังสือเดินทาง หรือเอกสารแทนหนังสือเดินทางใดๆ มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งให้นายสาธิตหรือธิตทราบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิด ต้องถูกจับกุม พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาให้นายสาธิตทราบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐานซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ ให้คนต่างด้าว หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย พ้นจากการจับกุม

จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำนายสาธิตและชาวกัมพูชา พร้อมรถยนต์คันดังกล่าวมาที่ สภ.เมืองสระแก้ว เพื่อทำการตรวจสอบอีกครั้ง โดยได้ให้นายเผือก ช่วยแปลภาษา จนทราบว่าทุกคนรับสารภาพว่าลักลอบข้ามพรมแดน เข้ามาทางด้าน อ.อรัญประเทศ แล้วว่าจ้างรถให้ไปส่งที่ จ.สมุทรปราการ ในราคา 1,500 บาท เพื่อทำงานก่อสร้างกับบริษัทที่เคยทำมาก่อนที่จะเดินทางกลับบ้านเกิดตามคำสั่งของสมเด็จฯฮุน เซน แต่หลังจากกลับไปแล้วไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ ต้องใช้ชีวิตอย่างอดๆ อยากๆ จึงตัดสินใจเดินทางกลับเข้ามาประเทศไทย
จากการสอบถามนายสาธิต ผู้ถูกจับที่ (1) ให้การว่า เป็นผู้รับจ้างมาจากบุคคลชื่อเบ้น โดยได้รับค่าว่าจ้าง จำนวน 1,500 บาท ให้มารับชาวกัมพูชา ผู้ถูกจับที่ (2-10) จาก ต.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ไปส่งที่ด่านถาวรบ้านแหลม อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี โดยทำครั้งนี้เป็นครั้งแรก

จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งให้ผู้ถูกจับที่ (2-10) ทราบผ่านล่ามว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐานเป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมแจ้งสิทธิให้ทราบตามกฎหมาย ผู้ถูกจับที่ 1-10 ทราบ และเข้าใจเป็นอย่างดี
โดยผู้ถูกจับที่ (2-10) มีนายเผือก เป็นล่ามแปลภาษาให้เข้าใจในข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิ จากนั้นจึงได้ตรวจยึดรถยนต์ดังกล่าวไว้เป็นของกลาง พร้อมควบคุมตัว นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสระแก้ว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

