‘ศรชล.’ จับมือ’ศธ.ดึงครูชายฝั่ง รู้เท่าทัน-ร่วมปกป้องสมบัติทะเลไทย

11.08.25 | 13:29 น.

‘ศรชล.’จับมือ’ศธ.ดึงครูชายฝั่ง


รู้เท่าทัน-ร่วมปกป้องสมบัติทะเลไทย

จังหวัดสตูล เป็นอีกจังหวัดทางใต้ฝั่งทะเลอันดามันที่มีทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลอุดมสมบูรณ์ มีแนวชายหาดที่สวยงาม หมู่เกาะ แหล่งชมปะการังที่มีชื่อเสียง มีอุทยานธรณีสตูลที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO เป็นเป้าหมายของนักทองเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ขณะเดียวกันพื้นที่ชายฝั่งและทะเลสตูล ยังประสบปัญหาพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งการใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมาย ปัญหาขยะทะเล ที่ผ่านมาศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ในฐานะหน่วยงานที่บูรณาการทำงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการกวาดล้าง จับกุมการกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่ทะเลสตูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลให้มีความมั่นคงและยั่งยืน ขณะเดียวกัน ศรชล.ยังจัดกิจกรรมการดูแลทะเลสตูลด้วย

ล่าสุด ศรชล.สตูล ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ จัดกิจกรรมเสริมความรู้ โดยนำครูชายฝั่งลงพื้นที่ศึกษาธรรมชาติจริงป่าชายเลนและเพาะพันธุ์สัตว์เศรษฐกิจ เพื่อเก็บเกี่ยวความรู้ด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อนำกลับไปต่อยอดสู่ห้องเรียนในชุมชน ถ่ายทอดสู่ห้องเรียนทั่วอันดามัน เสริมภาคปฏิบัติ

Advertisement

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “การขับเคลื่อนองค์ความรู้ทะเลและมหาสมุทร และผลประโยชน์ของชาติทางทะเล สู่การเรียนการสอนในสถานศึกษาของจังหวัดชายทะเลฝั่งอันดามัน” โดยได้รับการสนับสนุนจาก พลเรือโทสุวัจ ดอนสกุล ผู้อำนวยการ ศรชล.ภาค 3 และ ดร.ชูสิน วรเดช ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ โครงการนี้วัตถุประสงค์ เพื่อให้ครูชายฝั่งมีองค์ความรู้ที่ถูกต้อง ทันสมัย และลึกซึ้งเกี่ยวกับทะเลและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล สามารถนำไปถ่ายทอดให้นักเรียนได้อย่างเข้าใจง่ายและมีประสิทธิภาพ

โดยเฉพาะข้อมูลสำคัญของทะเลไทย ซึ่งประเทศไทยมีพื้นที่ทางทะเลกว่า 350,000 ตารางกิโลเมตร และมีมูลค่าทางเศรษฐกิจมากถึง 24 ล้านล้านบาทต่อปี จากกิจกรรมต่างๆ เช่น การขนส่งทางเรือ การประมง พลังงานทางทะเล และการท่องเที่ยว แต่ขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญกับภัยคุกคามทั้งจากมนุษย์และธรรมชาติ ศรชล.ภาค 3 จึงมุ่งมั่นขับเคลื่อนงานเชิงรุก ผ่านการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และจิตสำนึกให้กับครูในพื้นที่ เพราะ “ครู” คือด่านหน้าที่จะปลูกฝังให้เด็กเติบโตขึ้นมาเป็นคนรุ่นใหม่ที่รักทะเล เข้าใจทะเล และพร้อมปกป้องทะเลไทยให้คงอยู่สืบไป

ภายในงานยังมีการบรรยายโดยผู้เชี่ยวชาญจากหลายภาคส่วน อาทิ การบรรยายเรื่องภัยคุกคามต่อความมั่นคงทางทะเล โดย นาวาเอกแสนย์ไท บัวเนียม รอง ผอ.ศรชล.จว.สตูล/การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล โดย นาวาเอกรัฐพล แก้วกระจาย หัวหน้าศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือ/และการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง โดยวิทยากรจากศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลจังหวัดสตูล ซึ่งมีครู 120 คน จากกว่า 80 โรงเรียนทั่วจังหวัดสตูล ลงไปยังศูนย์เพาะเลี้ยงพันธุ์สัตว์น้ำทะเลสตูล และศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน

กิจกรรมครั้งนี้แบ่งคุณครูเป็น 2 กลุ่มหลัก ทั้งจากโซนห่างไกลและโซนในเมือง โดยกลุ่มแรก คุณครูจากโซนชนบทชายฝั่ง ลงพื้นที่ไปเข้าเยี่ยมชมศูนย์เพาะเลี้ยงพันธุ์สัตว์น้ำทะเล ซึ่งตั้งอยู่ ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล เพื่อเรียนรู้วงจรชีวิตของสัตว์ทะเลเศรษฐกิจ เช่น ปลาการ์ตูน (นีโม่), ปลิงทะเล, กาหมาด รวมถึงสาหร่ายลาโตส ซึ่งปัจจุบันเป็นพืชน้ำทะเลที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง การศึกษาภาคปฏิบัตินี้ช่วยให้ครูเข้าใจระบบนิเวศและการเพาะเลี้ยงอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมนำกลับไปสอนเด็กในชั้นเรียนได้อย่างน่าสนใจ

ขณะที่กลุ่มครูจากโซนเมือง ร่วมกิจกรรมเดินเท้าศึกษา “ป่าในเมือง” เส้นทางศึกษาธรรมชาติความยาว 1,400 เมตร ภายในศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนที่ 24 ต.ตำมะลัง อ.เมืองสตูล ซึ่งคุณครูกลุ่มหลังได้ชมความหลากหลายของระบบนิเวศริมฝั่ง เช่น ป่าชายเลน ไม้โกงกาง ปลากระบอก ปลาตีน ปูก้ามดาบ รวมถึงฝูงค่างแว่นกว่า 40 ตัว ที่คุ้นชินกับคนและอาศัยอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์

ครูผึ้ง หรือ คุณครูกิรตี หมาดทิ้ง คุณครูจากโรงเรียนสตูลวิทยา สะท้อนความรู้สึกจากโครงการนี้ว่า ทำให้นึกถึงสึนามิ ถ้ามาแล้วไม่มีป่าโกงกางจะทำอย่างไร อยากให้เด็กๆ เห็นความสำคัญในการปลูกป่าชายเลน แต่ที่สำคัญ คือ ผู้ใหญ่สำคัญกว่าเด็กอีก ทำอย่างไรจะให้ผู้ใหญ่จัดกิจกรรมแบบนี้โดยให้เด็กออกมาปกป้อง รู้สึกประทับใจการจัดกิจกรรมได้ดีและเหมาะสม ป่าในเมืองเป็นแหล่งฟอกปอดได้ มาเดินเล่น ครูได้ประโยชน์ ฟอกปอด ออกกำลังกาย อีกทั้งได้แนวคิดที่จะส่งต่อให้นักเรียน จะทำอย่างไรต่อดี

ปิดท้ายกิจกรรม ศรชล. ยังตอกย้ำภารกิจ ในการทำงานเชิงรุก เดินหน้าเต็มที่ “เพื่ออนาคตทะเลไทยอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” พร้อมฝากผ่านคุณครูว่า หากพบภัยทางทะเล หรือเหตุฉุกเฉินในน่านน้ำ โทรแจ้งสายด่วน 1465 ศรชล.ภาค 3 ตลอด 24 ชั่วโมง