มช.โชว์นวัตกรรมสุดล้ำ
‘หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด’
ความหวังใหม่ของระบบสุขภาพไทย
รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. เปิดเผยว่า คณะแพทยศาสตร์ มช. มุ่งมั่นพัฒนาระบบบริการสุขภาพโดยยึดหลักนวัตกรรม ความยั่งยืน และความเสมอภาค เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ระดับนานาชาติ และแบบอย่างของโรงเรียนแพทย์แห่งอนาคต ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ การวิจัย และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน ตามวิสัยทัศน์ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่เป็นโรงเรียนแพทย์ในดวงใจ เพื่อความยั่งยืนด้านสุขภาวะด้วยนวัตกรรม การแถลงข่าวในครั้งนี้เป็นการเปิดบทใหม่ของการรักษาในระบบสุขภาพไทยและหุ่นยนต์ผ่าตัดระบบใหม่ ถือเป็นการพลิกโฉมการผ่าตัดยุคใหม่เป็นครั้งแรกในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีการใช้งานระบบหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดที่มีความแม่นยำสูง ยืดหยุ่น และเป็นมิตรกับทั้งศัลยแพทย์และผู้ป่วย ระบบนี้จะช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถเข้าถึงการผ่าตัดที่ซับซ้อนในจุดที่เข้าถึงยากได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมลดภาวะแทรกซ้อน ฟื้นตัวเร็วและลดความเจ็บปวดของผู้ป่วย
“หุ่นยนต์ผ่าตัดระบบใหม่นี้ ได้รับการออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์มแบบ “โมดูลาร์” ที่สามารถทำหัตถการในหลายส่วนภายในร่างกาย ถูกออกแบบโดยบริษัท Medtronic ด้วยแนวคิด Modular Platform ที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้กับศัลยแพทย์ ด้วยแขนกลที่สามารถเลียนแบบการหมุนของข้อมือมนุษย์ แต่มีอิสระมากกว่า ทั้งยังมาพร้อมคอนโซลเปิดตามหลักสรีรศาสตร์ ทำให้ศัลยแพทย์สามารถควบคุมการผ่าตัดได้แม่นยำและสบายขึ้นแม้ต้องใช้เวลานาน นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกันผ่านจอแสดงผล 3 มิติแบบเรียลไทม์ ในขณะที่ศัลยแพทย์กำลังทำการผ่าตัด และผู้สังเกตการณ์สามารถดูภาพและสื่อสารร่วมกันได้ตลอดเวลา ซึ่งใน 5-10 ปีหลังจากนี้จึงจะมีเทคโนโลยีสูงขึ้นเข้ามาใหม่”
ศ.(เชี่ยวชาญพิเศษ) นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ คณะแพทยศาสตร์ มช. กล่าวว่า คณะแพทยศาสตร์ มช.มีการเริ่มนำหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมาใช้เพื่อการรักษาผู้ป่วยตั้งแต่ ปี พ.ศ.2554 โดยเน้นการผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากและการผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่ หุ่นยนต์ผ่าตัดไม่ใช่แค่เครื่องมือแต่เป็นเพื่อนร่วมทีมที่ช่วยให้แพทย์ทำหัตถการได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพสูงสุด ครอบคลุมทุกระบบการผ่าตัด สำคัญต่อคุณภาพชีวิตผู้ป่วย และในปีนี้ ทางคณะแพทยศาสตร์ มช. เปิดตัวระบบหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดรุ่นใหม่ ซึ่งนับเป็นการนำระบบหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมาใช้งานเป็นที่แรกของประเทศไทย และในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองรับการผ่าตัดในหลากหลายระบบของร่างกาย เช่น 1.ระบบทางเดินปัสสาวะ : มะเร็งต่อมลูกหมาก, กระเพาะปัสสาวะ, ไต 2.ทางเดินอาหาร : มะเร็งลำไส้ใหญ่, หลอดอาหาร, ทวารหนัก 3.ตับ ตับอ่อน และน้ำดี : มะเร็งตับ, นิ่วในถุงน้ำดี และ 4.ศัลยกรรมทั่วไปและนรีเวช : ไส้เลื่อน, เนื้องอกมดลูก, เนื้องอกรังไข่, อุ้งเชิงกรานหย่อน นอกจากนี้ คณะแพทยศาสตร์ มช.ยังเป็นผู้นำทางด้านนวัตกรรมด้านหลักสูตรฝึกอบรมศัลยแพทย์ในการใช้หุ่นยนต์ผ่าตัดเพื่อพัฒนาแพทย์เฉพาะทางรองรับความต้องการระดับประเทศและภูมิภาค และโครงการวิจัยเพื่อพัฒนานวัตกรรมการรักษาสนับสนุนการศึกษาผลลัพธ์ทางคลินิก ความปลอดภัย และการประยุกต์ใช้งานในบริบทของไทย นวัตกรรมนี้จะเป็นแรงผลักดันให้ประเทศไทยมีศัลยแพทย์ที่มีความสามารถระดับสากล พร้อมทั้งเพิ่มการเข้าถึงการรักษาที่มีประสิทธิภาพให้กับผู้ป่วยทุกกลุ่ม
“หุ่นยนต์ผ่าตัดระบบใหม่นี้ ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่คือความหวังใหม่ของผู้ป่วยและระบบสุขภาพไทย ที่กำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงด้วยนวัตกรรมและความร่วมมือระดับโลก โดยมีเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางแห่งการเริ่มต้นสู่อนาคต ซึ่งปัจจุบันการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในไทย 47% โดยทั่วโลกมีประชากร 3 ล้านคนได้รับการผ่าตัดนี้ โดยเฉพาะเคสซับซ้อนแต่ทำให้โอกาสในการรักษาดีขึ้น เสียเลือดน้อย หายไวกว่าปกติ และกลับบ้านเร็วขึ้น”
Mr.Feng Dong Vice President, Medtronic Asia RLM กล่าวว่า ถือเป็นการยกระดับการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ในภูมิภาคนี้ ซึ่งส่งผลดีต่อระบบสุขภาพประชาชนและโดยเฉพาะผู้ป่วยในการรักษาด้วยเครื่องมือที่มีคุณภาพสูงมีการควบคุมได้ดีกว่าในระดับโลกเพราะความก้าวหน้าและทันสมัยของเทคโนโลยี
ผศ.นพ.อัคร อมันตกุล ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ กล่าวว่า ที่ผ่านมาทำการผ่าตัดไปแล้ว 13 เคส โดย 12 เคสเป็นมะเร็งตับ ผู้ป่วยไม่มีภาวะแทรกซ้อน แผลเล็กลง ส่วนอีกเคส คือ มะเร็งท่อไต ซึ่งมีความซับซ้อนมากแต่ผู้ป่วยกลับบ้านได้ภายใน 3 วัน ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ป่วยและญาติที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
รศ.นพ.วรกิตติ ลาภพิเศษพันธุ์ ศัลยแพทย์ตับ ทางเดินน้ำดี และตับอ่อน กล่าวว่า เราเน้นความปลอดภัยด้วยความร่วมมือจากศัลยแพทย์ วิสัญญีแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งการผ่าตัดมีความแม่นยำสูง เพราะมือหุ่นยนต์โค้งงอได้ แม้ในสถานการณ์ไฟดับเราก็สามารถผ่าตัดได้อย่างต่อเนื่องจากระบบไฟฉุกเฉิน การผ่าตัดเคสซับซ้อนง่ายขึ้น เรียกว่ามั่นใจเต็มร้อย ด้วยทักษะของแพทย์ผสานกับเครื่องมือที่มีเทคโนโลยีสูงผ่านการฝึกฝน
ภญ.สุชาดา ธนาวิบูลเศรษฐ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทเมดโทรนิค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีระบบแยกกัน มีแขนหลายแขน เคลื่อนย้ายสะดวก ในไทยมีการผ่าตัด 5% ในสหรัฐอเมริกาและยุโรป 15% ซึ่งอนาคตเชียงใหม่จะเป็นศูนย์กลางในการฝึกฝนการผ่าตัดที่มีประสิทธิภาพ


