หน้าแรก ภูมิภาค หงายร่มรับเคร...

หงายร่มรับเครื่องมงคล มนต์ขลัง ‘อุ้มพระดำน้ำ’ ประเพณีแห่งศรัทธาชาวเพชรบูรณ์

15.08.25 | 13:59 น.

หงายร่มรับเครื่องมงคล
มนต์ขลัง’อุ้มพระดำน้ำ’
ประเพณีแห่งศรัทธาชาวเพชรบูรณ์


ทุกวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ในทุกๆ ปี ที่ท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร ริมแม่น้ำป่าสัก จ.เพชรบูรณ์ บรรยากาศจะอบอวลไปด้วยมนต์ขลังแห่งศรัทธา เมื่อประเพณี “อุ้มพระดำน้ำ” ซึ่งสืบสานตำนานมาเกือบ 5 ศตวรรษได้เริ่มต้นขึ้น แต่เมื่อสิ้นสุดห้วงเวลาแห่งพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ พลังแห่งความศรัทธาจะแปรเปลี่ยนเป็นคลื่นแห่งความสุข และรอยยิ้มเสียงหัวเราะในทันที กับภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจของกิจกรรมธรรมเนียมปฏิบัติ “หงายร่มรับเครื่องมงคล” ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงไฮไลต์ของงาน แต่คือหัวใจที่ถักทอร้อยใจผู้คนให้เป็นหนึ่งเดียวกับประเพณีอย่างแท้จริง

นายวิศัลย์ โฆษิตานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ เล่าถึงรากเหง้าที่มาของกิจกรรมนี้จนปัจจุบันก้าวสู่ความเป็นอีกหนึ่งประเพณีภายในประเพณีอุ้มพระดำน้ำว่า ในอดีตวิถีชีวิตผู้คนเมืองเพชรบูรณ์ผูกพันกับแม่น้ำป่าสักอย่างแนบแน่น ทุกครั้งที่มีงานบุญใหญ่ เช่น วันสารทไทย พิธีอุ้มพระดำน้ำ การแข่งเรือ ชาวบ้านจากหมู่บ้านต่างๆ ที่อาศัยอยู่ตามริมแม่น้ำป่าสัก จะพายเรือมารวมตัวกันที่วัดไตรภูมิ พร้อมนำเครื่องมงคลที่ทำขึ้นในช่วงเทศกาลสารทไทย เช่น กระยาสารท กล้วยไข่ และข้าวต้มมัด มาถวายเป็นพุทธบูชา

Advertisement

“เมื่อเสร็จสิ้นพิธีเรือของชาวบ้านจำนวนมากจะเทียบเคียงบริเวณท่าน้ำวัดไตรภูมิ จากนั้นบรรยากาศเต็มไปด้วยมิตรภาพ ความเอื้อเฟื้อที่มีต่อกันทำให้เกิดการแบ่งปันอาหารและขนมเครื่องถวายบูชาเหล่านี้ให้แก่เรือข้างเคียง แต่เนื่องจากเรือไม่ได้จอดประชิดกัน จึงเกิดการโยน หรือขว้างขนมเครื่องมงคลให้แก่กันและกัน จากเรือลำหนึ่งไปยังอีกลำหนึ่ง ภาพเหล่านี้จึงกลายเป็นภาพจำในใจของชาวเพชรบูรณ์ตลอดมา”

ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์กล่าวอีกว่า แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไปวิถีชีวิตริมน้ำเปลี่ยนแปลง ผู้คนเริ่มเดินทางด้วยถนนหนทางแทนการใช้เรือ ประเพณีการโยนเครื่องมงคลระหว่างเรือค่อยๆ จางหายไป กระทั่งปี พ.ศ.2539 เทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ในสมัยที่นายชาญ โฆษิตานนท์ ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรี ซึ่งตนในฐานะที่ปรึกษา ได้ริเริ่มฟื้นฟูกิจกรรมนี้ขึ้นใหม่เพื่อเชื่อมโยงผู้คนยุคปัจจุบันกับรากเหง้าวัฒนธรรมดั้งเดิม

นายวิศัลย์กล่าวว่า รูปแบบกิจกรรมและประเพณีในหลายๆ ด้านได้ถูกปรับให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน โดยเฉพาะกิจกรรมโยนสิ่งของมงคลจากเดิมที่โยน หรือขว้างให้กันระหว่างเรือ ปรับเปลี่ยนเป็นการโยนจากเรือในขบวนพิธีขึ้นสู่ฝั่ง โดยประชาชนและนักท่องเที่ยวจะนั่งรอรับบนอัฒจันทร์ที่เทศบาลจัดเตรียมไว้ ขนมและของมงคลที่ปลิวจากเรือสู่ฝั่งกลายเป็นภาพที่ทั้งสนุกสนานและน่าตื่นตา

“แต่มีประชาชนบางรายที่นำร่มติดตัวมา ใช้วิธีพลิกร่มขึ้นหงายใช้เป็นภาชนะรองรับได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้คนรอบข้างเริ่มเลียนแบบหรือทำตาม และในเวลาไม่นานร่มที่กางหงายก็ปรากฏเต็มอัฒจันทร์ ราวกับทะเลร่มหลากสีสัน จากร่มเพียงไม่กี่คันกลายเป็นหลายสิบหลายร้อยคัน และในที่สุดก็เป็นภาพที่คนทั้งฝั่งทำพร้อมกันโดยไม่ได้มีการนัดหมาย นับแต่นั้นมาปรากฏการณ์หงายร่มรับเครื่องมงคลจากกิจกรรมปัจจุบันกลายเป็นประเพณีที่มีชีวิตชีวา และเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ”

นายเสกสรร นิยมเพ็ง นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์ กล่าวว่า เหตุผลที่ปรากฏการณ์หงายร่มแพร่หลายอย่างรวดเร็วในพิธีเพราะประชาชนจะนำติดตัวมาอยู่แล้ว บางปีแดดแรง บางปีก็มีฝนตก พอถึงช่วงโยนเครื่องมงคลจากเรือขึ้นฝั่งหรืออัฒจันทร์ที่นั่ง ด้วยระยะทางทำให้ใช้มือรับได้ยาก บางชิ้นตกน้ำไปก็มี การพลิกหงายร่มเพื่อรองรับจึงกลายเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ทั้งได้ผลและสนุกสนาน ปัจจุบันภาพทะเลหงายร่มเต็มอัฒจันทร์ถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของงาน ใครมาดูก็อยากมีส่วนร่วม และปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงประเพณีกิจกรรมที่สนุกสนานเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการรอคอย การรับความเป็นสิริมงคล การแบ่งปันเอื้อเฟื้อให้กัน รวมทั้งส่งต่อความสุขให้แก่กันอีกด้วย

“งานประเพณีอุ้มพระดำน้ำปี 2568 นี้ระหว่างวันที่ 17-26 กันยายน เทศบาลเมืองเพชรบูรณ์จัดเตรียมอัฒจันทร์ไว้รองรับประชาชนและนักท่องเที่ยวราว 10,000 คน แต่จำนวนที่นั่งขึ้นอยู่กับระดับน้ำในแม่น้ำป่าสัก หากน้ำมากที่นั่งบางส่วนจะถูกน้ำท่วม แต่หากระดับน้ำพอดีภาพทะเลร่มที่หลากสีสันเรียงรายเต็มริมฝั่งก็จะปรากฏอย่างงดงามน่าตื่นตาตื่นใจ ฉะนั้น ในช่วงเช้าวันที่ 22 กันยายนเวลา 10.09 น. จะประกอบพิธีกรรมอุ้มพระดำน้ำ ที่ท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร หลังเสร็จพิธีก็จะเริ่มประเพณีโยนสิ่งของเครื่องมงคลให้แก่ผู้ร่วมพิธีอย่างเนื่องทันที จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะสายมูเตลูปักหมุดรอไว้เลย ที่จะได้ร่วมเป็นประจักษ์พยานในพิธีอุ้มพระดำน้ำอันเข้มขลัง พร้อมเสริมโชคลาภความเป็นสิริมงคล”

ปรากฏการณ์หงายร่มก้าวสู่ “ประเพณีโยนสิ่งของมงคลให้ผู้มาร่วมพิธี” ในปัจจุบันจึงเป็นมากกว่าแค่สีสันของงาน หากแต่คือภาพสะท้อนอันทรงพลัง ที่บอกเล่าว่าประเพณีที่ยิ่งใหญ่ไม่ใช่สิ่งที่หยุดนิ่ง แต่คือสายธารแห่งวัฒนธรรมที่มีชีวิต สามารถปรับเปลี่ยนและเติบโตไปพร้อมกับยุคสมัย โดยยังคงรักษาแก่นแท้แห่ง “ศรัทธา” และ “การแบ่งปัน” ไว้ได้อย่างสมบูรณ์

มนต์เสน่ห์ที่ทำให้ตำนานอุ้มพระดำน้ำแห่งเมืองเพชรบูรณ์ ยังคงเปี่ยมล้นด้วยพลังแห่งศรัทธา และประทับอยู่ในหัวใจของผู้คนไปอีกตราบนานเท่านาน