หน้าแรก ภูมิภาค กล่องข้าวน้อง...

กล่องข้าวน้อง ใส่เป้พี่ ‘มมส’ ส่งอาหารสเตอริไลซ์ สู่ทหารชายแดนพกลาดตระเวน

15.08.25 | 14:13 น.

‘กล่องข้าวน้อง ใส่เป้พี่’
‘มมส’ส่งอาหารสเตอริไลซ์
สู่ทหารชายแดนพกลาดตระเวน


สถานการณ์ที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ถึงแม้ว่าภาพรวมจะมีสัญญาณที่ดีขึ้น แต่เจ้าหน้าที่ทหารแนวหน้ายังคงต้องตรึงกำลัง เพื่อป้องกันและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง
ประชาชนที่อพยพมาอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวตามอำเภอต่างๆ ที่หนีภัยจากการสู้รบตามแนวชายแดน บางส่วนได้กลับบ้าน แต่อีกส่วนหนึ่งต่างเฝ้ารอว่าเมื่อไหร่จะได้รับข่าวดีจากภาครัฐให้สามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้อย่างปลอดภัย

ซึ่งในสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น ความมั่นคงด้านอาหารถือเป็นเรื่องสำคัญที่ควรตระหนัก เพราะเมื่อเกิดเหตุขึ้นจริง ในการเตรียมวัตถุดิบด้านอาหารถือเป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งในสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ทหารที่อยู่แนวหน้ามีความยากลำบากในการประกอบอาหาร

รศ.ดร.อัศวิน อมรสิน อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีอาหารและโภชนศาสตร์ คณะเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า ร่วมมือของจิตอาสา คณาจารย์ นิสิตคณะเทคโนโลยีฯ ศิษย์เก่า รวมถึงภาคเอกชน ที่ให้เงินสนับสนุนวัตถุดิบต่างๆ ในการผลิตอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน เพื่อสนับสนุนทหารที่อยู่ชายแดน ความพิเศษของอาหาร Meal Ready to Eat หรือ MRE หรืออาหารพร้อมบริโภค จุดเด่นคือ อาหารที่ทำจะเป็นอาหารที่ผ่านกระบวนการสเตอริไลซ์ ซึ่งจะไม่เน่าเสียที่อุณหภูมิห้อง สามารถทานได้ทันทีโดยไม่ต้องอุ่น ซึ่งอาหารกรณีฉุกเฉินในสภาวะวิกฤตสามารถขนส่งได้ไกลๆ เก็บรักษาได้นานๆ สามารถรับประทานได้ทันทีโดยไม่ต้องปรุง เหมาะสำหรับทหารที่อยู่แนวหน้า ที่อยู่ในพื้นที่ที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการประกอบอาหาร สามารถพกพาไปลาดตระเวนได้

Advertisement

“ผลิตภัณฑ์อาหารที่ทำขึ้นจะมีอายุการเก็บรักษาประมาณ 1 ปี โดยไม่เน่าเสีย ผ่านการฆ่าเชื้อในระดับสเตอริไลซ์ ใช้อุณหภูมิสูงกว่า 100 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลาหนึ่ง เพื่อให้มั่นใจว่า การฆ่าเชื้อนั้นเพียงพอสำหรับการถนอมอาหาร จุลินทรีย์ตายในระดับอุตสาหกรรม โครงการ “กล่องข้าวน้อง ใส่เป้พี่” จะมีเมนู 5 เมนู ได้แก่ ข้าวผัดไข่ใส่หมู ข้าวเหนียว เนื้อทอด น้ำพริกปลาป่น และข้าวเหนียวทุเรียน ซึ่งทั้ง 5 เมนูเป็นอาหารสเตอริไลซ์ทั้งหมด โดยจะส่งผ่านบริษัทขนส่งที่เป็นจิตอาสาขนส่งให้ฟรี ไปยังกองทัพภาคที่ 2 โดยตรง เพื่อแจกจ่ายไปยังทหารที่อยู่แนวหน้าโดยเฉพาะ”

รศ.ดร.อัศวินกล่าวถึงซึ่งจุดเริ่มต้นของโครงการนี้ว่า เกิดจากการที่เราได้ส่งข้าวเหนียวทุเรียนไปให้พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ลองชิม เพื่อดูความเป็นไปได้ว่าทางกองทัพมีความต้องการหรือไม่ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี โดยทางท่านแม่ทัพดำริว่า หากได้เมนู “ข้าวเหนียว” จะดีมาก ด้วยที่ว่าพี่น้องทหารส่วนใหญ่เป็นลูกอีสาน รับประทานข้าวเหนียวเป็นหลัก เราจึงได้ลงมือผลิตเมนูข้าวเหนียวเพิ่มเติม ซึ่งข้าวเหนียวที่ผลิตขึ้นก็เป็นข้าวเหนียวสเตอริไลซ์ ซึ่งได้พัฒนาวิจัยจนได้ข้าวเหนียวที่เหนียวนุ่ม ไม่แข็ง เก็บไว้ได้นานไม่เน่าเสีย และสามารถรับประทานได้ทันที

“ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ตอนเกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ทางคณะได้จัดทำอาหารพร้อมรับประทาน ส่งแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในขณะนั้น ซึ่งเป็นเมนูข้าวเหนียวหมูทอด และได้พัฒนาสูตรจนได้มาตรฐาน สำหรับคนที่เป็นกังวลว่าถุงพลาสติกที่ใช้ปลอดภัยหรือไม่ ต้องบอกว่าถุงที่ใช้เป็นถุงพิเศษที่เรียกว่า Retort Pouch (รีทอร์ต เพาช์) ถูกออกแบบมาใช้กับอุตสาหกรรมอาหาร สามารถทนความร้อนได้สูงกว่า 125 องศาเซลเซียส ไม่เป็นอันตราย ซึ่งในกระบวนการสเตอริไลซ์ก็ใช้ความร้อนไม่เกิน 125 องศาเซลเซียส จะอยู่ในช่วง 115-117 องศาเซลเซียส ถือว่าอยู่ในระดับที่ปลอดภัย ตัววัสดุอุปกรณ์ก็เป็นวัสดุฟู้ดเกรด เป็นเกรดสำหรับอาหารทั้งหมด จึงมั่นใจได้ว่ามีความปลอดภัย”

รศ.ดร.อัศวินกล่าวทิ้งท้ายว่า ฝากให้กำลังใจถึงแนวหน้า ทีมงานจิตอาสาตั้งใจทำอาหารอย่างเต็มที่ให้พี่น้องทหารได้รับประทานอาหารที่อร่อย ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนสู้ๆ ได้กลับบ้านอย่างปลอดภัยทุกคนและอยากให้สถานการณ์นี้จบลงโดยเร็ว