หน้าแรก ภูมิภาค มทส.จับมือสตา...

มทส.จับมือสตาร์ตอัพเปิดตัว ‘ชุดตรวจเพศอินทผลัม’ ยกระดับเกษตรไทยสู่อนาคต

15.08.25 | 14:36 น.

มทส.จับมือสตาร์ตอัพเปิดตัว
‘ชุดตรวจเพศอินทผลัม’
ยกระดับเกษตรไทยสู่อนาคต


เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ห้องประชุม B404 อาคารอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ร่วมกับบริษัท เจ็น-เอ-เทค จำกัด เปิดตัวผลงานวิจัยและนวัตกรรม “ชุดตรวจเพศอินทผลัมและหน่วยบริการเคลื่อนที่” สามารถตรวจเพศอินทผลัม ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพระดับโมเลกุลที่มีความแม่นยำสูง รู้ผลภายใน 2-3 ชั่วโมง ช่วยลดความสูญเสียและความเสี่ยงในการปลูกอินทผลัม และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้เกษตรกรจากผลผลิตที่มีคุณภาพมากขึ้น

โดยชุดตรวจเพศอินทผลัมนั้นเป็นผลงานทีมวิจัยของรองศาสตราจารย์ ดร.มารินา เกตุทัต-คาร์นส์ หัวหน้าคณะวิจัยที่ได้ทุนสนับสนุนจากกองทุนนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และความร่วมมือจากสวนอินทผลัมบุญมาก (Bunmak DatePalm) อ.หนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา ในการทำการวิจัย ก่อนที่ทางบริษัท เจ็น-เอ-เทค จำกัด ซึ่งเป็นสตาร์ตอัพที่เกิดจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีของ มทส. ได้รับสิทธิในการพัฒนาและให้บริการตรวจเพศอินทผลัมเชิงพาณิชย์ ได้นำไปต่อยอดทำเป็นชุดตรวจเพศอินทผลัม สำหรับใช้บนรถห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่เพื่อบริการให้กับเกษตรกรไม่ต้องส่งใบของอินทผลัมมาที่ห้องทดลองเพื่อตรวจ DNA หาเพศของต้นอินทผลัม

สำหรับอินทผลัมที่ปลูกอยู่ในประเทศนั้นร้อยละ 60% นั้นปลูกด้วยการเพาะเมล็ดส่วนที่เหลือนั้นปลูกด้วยการเพาะเนื้อเยื่อจากต่างประเทศ ซึ่งข้อดีของการปลูกจากการเพาะเนื้อเยื่อนั้น จะได้เพศเมียที่สามารถให้ผลผลิตได้ แตกต่างจากการปลูกด้วยการเพาะเมล็ดที่ต้องรอจนกว่าต้นอินทผลัมจะมีอายุระหว่าง 3-5 ปี จึงจะสามารถรู้เพศได้ จึงทำให้เกษตรกรต้องเสียเวลาและต้นทุนในการดูแลต้นอินทผลัมที่เป็นเพศผู้ปีละ 150,000 บาทต่อไร่ต่อปี ซึ่งชุดตรวจเพศอินทผลัมนั้นจะเข้ามาช่วยเกษตรกรในการตรวจเพศจึงทำให้เกษตรกรนั้นสามารถลดต้นทุนในการปลูกลงได้ ใช้เวลาเพียง 2-3 ชั่วโมงก็จะรู้ผลตรวจต้นอินทผลัมได้เลยทันที และมีความแม่นยำมากกว่า 95% เลยทีเดียว

Advertisement

โดยรองศาสตราจารย์ ดร.อนันต์ ทองระอา อธิการบดี มทส. กล่าวว่า สำหรับงานวิจัยที่ได้นำมาเสนอในวันนี้ก็เพื่อเป็นการตอกย้ำภารกิจของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ในเรื่องของการนำผลการวิจัยในห้องแล็บสามารถนำไปสู่การใช้ประโยชน์ได้จริงในเชิงพาณิชย์ได้ โดยเฉพาะนำไปใช้กับพืชเศรษฐกิจของประเทศได้ วันนี้อินทผลัมก็เป็นอีกตัวอย่างที่ทีมนักวิจัยได้นำผลการวิจัยในห้องแล็บในเรื่องของการตรวจเพศอินทผลัมนำไปสู่การใช้ประโยชน์ของเกษตรกร ซึ่งจะเห็นได้ว่างานวิจัยดังกล่าวนั้นเป็นประโยชน์กับเกษตรกรในการช่วยลดระยะเวลาในการปลูกอินทผลัมที่ต้องใช้เวลาในการปลูกประมาณ 3-5 ปีถึงจะรู้เพศนั้นเหลือแค่ 2-3 ชั่วโมง และยังช่วยลดต้นทุนในการปลูกให้กับเกษตรกร

ขณะที่ทางด้านรองศาสตราจารย์ ดร.มารินา เกตุทัต-คาร์นส์ หัวหน้าคณะนักวิจัย เปิดเผยว่า “อินทผลัม” ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูงและได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในประเทศไทย แต่ปัญหาสำคัญที่เกษตรกรต้องเผชิญคือ ไม่สามารถทราบเพศของต้นกล้าในช่วงเริ่มต้นได้ ต้องรอให้ต้นเจริญเติบโตถึง 3–7 ปี (แล้วแต่สายพันธุ์) จึงจะทราบว่าต้นใดเป็นต้นเพศผู้หรือต้นเพศเมีย ส่งผลให้เกิดการสูญเสียต้นทุน ทั้งด้านเวลา พื้นที่ การดูแล และงบประมาณ โดยไม่สามารถคาดการณ์ผลผลิตล่วงหน้าได้ จากปัญหาที่ชัดเจนและส่งผลกระทบต่อการลงทุนของเกษตรกรนี้ ทีมวิจัยจึงได้พัฒนา “ชุดตรวจเพศอินทผลัม” ด้วยทุนสนับสนุนจากกองทุนนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และความร่วมมือจากสวนอินทผลัมบุญมาก (Bunmak DatePalm) อ.หนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา โดย “ชุดตรวจเพศอินทผลัม” นี้สามารถวิเคราะห์เพศจาก DNA ของใบอ่อนต้นกล้า ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพระดับโมเลกุลที่มีความแม่นยำสูง ให้ผลลัพธ์ภายใน 2-3 ชั่วโมง ไม่ต้องใช้เครื่องมือที่ซับซ้อน และสามารถอ่านผลลัพธ์ได้ด้วยตาเปล่า เพียงสังเกตจากการเปลี่ยนสีของสารละลาย ถือเป็นการนำองค์ความรู้ด้านพันธุกรรมของพืชไปสู่การใช้งานจริงอย่างเป็นรูปธรรม