ชาวบ้านบุกกุฏิ จับโป๊ะ พระลูกวัดนัดจู๋จี๋สีกา เจ้าตัวปัดพัลวัล แต่สาวเจ้าโผล่นุ่งกระโจมอก สึกหนีทันที
เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุโกลาหลขึ้นที่วัดเนินม่วง หมู่ 7 บ้านเนินม่วง ต.บ้านไร่ อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ เมื่อมีชาวบ้านจำนวนมากต่างพากันมาล้อมจับ พระนเรศ เปสโร รักษาการเจ้าอาวาสวัดเนินม่วง หลังพบว่ามีการพาสีกาเข้ามากระทำกิจผิดวินัยกันภายในกุฏิ โดยมีชาวบ้านอีกราย ส่งคลิปภาพเหตุการณ์มาให้ตรวจสอบ จะเห็นมีชายสองคนโต้เถียงและต่อว่าพระนเรศอย่างรุนแรง พร้อมกดดันให้ลาสิกขา แต่เจ้าตัวยังปฏิเสธเสียงแข็ง จึงทำให้อดีตผู้ใหญ่บ้านควบคุมอารมณ์ไม่อยู่โผเข้าหา
แต่ในคลิปกลับยิ่งสร้างความตกตะลึงขึ้นไปอีก เมื่อเห็นสีกา เป็นหญิงสูงวัยเดินออกจากห้องน้ำกุฏิในสภาพเปลือยกาย จึงทำให้เจ้าหน้าที่ต้องรีบนำผ้าขนหนูสีเหลืองมาช่วยปกปิด ก่อนที่หญิงรายดังกล่าวจะเดินกลับเข้ามายืนเคียงข้างพระนเรศ ยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น
โดยเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วัดเนินม่วง เพื่อสอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ได้รับการเปิดเผยจาก นายประเมิน นนทพา อดีตผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ เล่าว่า พระนเรศเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาสวัดเพียงปีกว่าๆ แต่ที่ผ่านมา ชาวบ้านก็ไม่ค่อยชอบพฤติกรรมของพระรูปนี้อยู่แล้ว เนื่องจากมีพฤติกรรมไม่ค่อยเหมาะสมหลายอย่าง ประกอบกับในช่วงระยะหลังๆ ชาวบ้านเริ่มสังเกตเห็นว่ามีสีกาเข้ามาหาพระที่กุฏิบ่อยครั้ง จึงทำให้เป็นที่ติฉินนินทามาตลอด แต่ก็ยังจับไม่ได้คาหนังคาเขาเสียที
“ส่วนเมื่อช่วงค่ำของเมื่อวานนี้ เป็นวันชะตาขาดของรักษาการเจ้าอาวาสวัด เนื่องจากผมเห็นว่ามีสีการายเดิม ที่ชื่อ ต. วัย 58 ปี ถีบรถจักรยานเข้ามาภายในวัดก่อนจะหายเข้าไปในกุฏิเจ้าอาวาส ผมจึงรีบไปแอบดูที่หน้าต่างด้านหลังของห้องนอนกุฏิ ก็เห็นภาพของพระกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่กับสีกาที่หน้าต่าง เหมือนกำลังกลัดมันเตรียมเผด็จศึกกามกัน จึงได้รีบไปแจ้งผู้ใหญ่คนปัจจุบันและตำรวจให้มาล้อมจับคนทั้งคู่”

นายประเมิน เล่าถึงตอนที่ล้อมจับว่า ต้องใช้เวลาเกลี่ยกล่อมอยู่นานเป็นชั่วโมงก่อนจะมีชาวบ้านมารวมตัวช่วยกดดัน จนพระต้องยอมมาเปิดประตูก่อนจะเห็นสีกาต. วิ่งปลือยกายออกมาจากห้องนอนเข้าไปหลบอยู่ในแทงค์น้ำของกุฏิ จึงทำให้ตนถึงกับโมโหเดือดรีบไปต่อว่าพระ โดยบอกให้รีบสึกเพราะหลักฐานชัดคาตา แต่พระกลับปฏิเสธ เลยทำให้โมโหหนัก ส่วนเหตุการณ์สุดท้ายของเรื่องนี้ พระนเรศต้องยอมจำนนต่อหลักฐาน จึงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจพาตัวไปสึกกับเจ้าคณะอำเภอลาดยาว ขณะที่สีกา ต. ก็ถูกชาวบ้านขับไล่ จนเจ้าตัวต้องรีบปั่นจักรยานออกจากวัดกลับไปที่บ้าน
เมื่อถามถึงพระหลังจากดำเนินการสึก นายประเมิน ระบุว่า เจ้าตัวยังคงเดินทางกลับมาที่วัดในตอนกลางดึก เพื่อมาเก็บข้าวของเครื่องใช้ โดยมีชาวบ้านคอยเฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่ง เจ้าตัวเก็บของเสร็จ จึงขนย้ายไปไว้ในรถเก๋งส่วนตัวก่อนจะขับออกจากวัดไป โดยไม่ทราบว่าไปไหน แต่ในระหว่างขับรถออกไป ก็ถูกชาวบ้านบางส่วน ตามไล่ด่าสาปแช่งจนพ้นออกนอกประตูวัด
สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น แม้จะสร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงให้กับวัด แต่ชาวบ้านในพื้นที่ยังคงมีความศรัทธาอยู่กับวัด และต่างก็รู้สึกดีที่สามารถขับไล่มารศาสนาพ้นวัดออกไปได้ ซึ่งขณะนี้ ยังไม่มีการดำเนินการแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสองค์ใหม่แต่อย่างใด




