เขื่อนเจ้าพระยา เร่งระบายจ่อแตะ 1,100 ลบ.ม. เตือนท้ายเขื่อนน้ำขึ้น 30 เซนติเมตร
วันที่ 18 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพื้นที่ จ.ชัยนาท เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักนานกว่า1ชม. ทำให้ถนนสายต่างๆเกิดน้ำเจิ่งนอง ทัศนวิสัยต่ำ ต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้นการใช้รถ หลายพื้นที่พบปัญหาน้ำท่วมขังระบายไม่ทัน แรงลมทำให้ต้นไม้หักโค่นหลายจุด แต่ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือทรัพย์สินบ้านเรือนของประชาชนหรือราชการได้รับความเสียหาย
ด้านสถานการณ์น้ำในเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท กุญแจสำคัญในการ
บริหารจัดการน้ำลุ่มภาคกลาง พบว่าน้ำเหนือที่ไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยา มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าน้ำส่วนหนึ่งถูกตัดยอดผันเข้าทุ่งบางระกำ จ.พิษณุโลก และพื้นที่แก้มลิงเหนือเขื่อนแล้วก็ตาม โดยที่จุดวัดน้ำC2 หน้าค่ายจิรประวัติ อ.เมืองนครสวรรค์ วัดได้ 1,494ลบ.ม./วิ ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาทรงตัวในรอบ24ชม.วัดได้ 15.78ม.รทก.(เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง) โดยเขื่อนเจ้าพระยาได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำลงท้ายเขื่อนแบบขั้นบันได ล่าสุดได้เพิ่มอัตราการระบายจาก 1,000ลบ.ม./วิ ขึ้นไปที่ 1,050ลบ.ม./วิ และคาดว่าน่าจะเพิ่มเป็น 1,100ลบ.ม./วิภายในวันนี้ เพื่อรับมวลน้ำจากฝนที่ตกหนัก และลดผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อน โดยระดับน้ำท้ายเขื่อนยกตัวขึ้น66ซ.ม.ในรอบ24ชม.วัดได้ 11.41ม.รทก.
โดยทางราชการย้ำเตือนพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำท้ายเขื่อน ใน คลองโผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง คลองบางบาล อ.บางบาล ต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ขอให้เฝ้าสังเกตความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำและติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิดต่อไป เพราะเขื่อนเจ้าพระยาจำเป็นต้องเพิ่มการระบายแบบขั้นบันได ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำมีแนวโน้มจะยกตัวขึ้น15-30ซ.ม.ใน24ชม.ข้างหน้า


