หน้าแรก ภูมิภาค ผู้ว่าฯขอนแก่...

ผู้ว่าฯขอนแก่น สละเงินเดือน ช่วย รพ.ขอนแก่น เสริมสภาพคล่อง เหตุติดลบกว่า 1,000 ล้าน

18.08.25 | 14:23 น.

ผู้ว่าฯขอนแก่น สละเงินเดือนช่วยเหลือสภาพคล่อง รพ.ขอนแก่น แทนคำขอบคุณที่มาปฏิบัติงานในพื้นที่จนถึงวันเกษียณ ชวนผู้ใจบุญทั่วไทยร่วมด้วยช่วยกันเสริมสภาพคล่องช่วยเพื่อนมนุษย์ด้วยการจัดคอนเสิร์ตลูกทุ่งหมอลำหนึ่งการให้ ต่อลมหายใจเพื่อนมนุษย์

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย นพ.สุรสิทธิ์ จิตรพิทักษ์ ผอ.รพ.ศูนย์ขอนแก่น และ นพ.ชาตรี เมธาธราธิป ผอ.ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ร่วมแถลงข่าวการจัดคอนเสิร์ตลูกทุ่งหมอลำ “หนึ่งการให้ ต่อลมหายใจเพื่อนมนุษย์” ซึ่ง จ.ขอนแก่น ร่วมกับศูนน์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น, หอการค้าจังหวัด, สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดรวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ จ.ขอนแก่น กำหนดจัดกิจกรรมขึ้นเพื่อหารายได้จัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์และบรรเทาวิกฤตทางการเงิน รพ.ขอนแก่น โดยมีผู้นำองค์กรภาครัฐและเอกชนและภาคประชาชนในเขต จ.ขอนแก่น และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงศิลปิน นักร้อง นักแสดง และผู้แทนวงดนตรีหมอลำชื่อดังของไทยร่วมกิจกรรม

นายไกรสรกล่าวว่า มาประจำการที่ขอนแก่นตั้งแต่ปี 2534 เห็นภาพของการเจริญเติบโตของเมืองมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ รพ.ขอนแก่น ที่ปัจจุบันเป็น รพ.ศูนย์ ให้บริการประชาชนในฐานะแม่ข่ายของเขตตรวจสุขภาพที่ 7 มีคนมาใช้บริการวันละกว่า 4,000 คน ให้บริการทั้งคนขอนแก่น พื้นที่ข้างเคียง และผู้ที่ได้รับการส่งต่อตามระบบการส่งต่อผู้ป่วยทางการแพทย์

นายไกรสรกล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีกว่าปัจจุบัน รพ.ขอนแก่น ติดลบกว่าพันล้านบาท วันนี้จึงเป็นการแสดงพลังของคนขอนแก่นที่จะร่วมกันติดกระดุมเม็ดแรก ร่วมด้วยช่วยกันในฐานะของภาคประชาชนและความเป็นคนใจบุญของคนไทย ร่วมกันสนับสนุนการทำงานของ รพ.ในความสามารถที่จะกระทำได้ จึงได้ผนึกพลังคนขอนแก่นทุกภาคส่วนและศิลปิน ดารา นักร้อง นักแสดง คนขอนแก่น โดยเฉพาะศิลปินหมอลำในการจัดคอนเสิร์ตลูกทุ่งหมอลำ “หนึ่งการให้ ต่อลมหายใจเพื่อนมนุษย์” โดยลูกทุ่งหมอลำยอดนิยม ไม่ว่าจะเป็นบอย ศิริชัย, แอน อรดี, ใหม่ พัชรี และผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์ เพื่อหารายได้ จัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์และบรรเทาวิกฤตทางการเงินให้กับ รพ.ขอนแก่น

Advertisement

“ผมจึงขอตั้งต้นแทนคำขอบคุณคนขอนแก่นที่มอบความรักและให้การสนับสนุนในการทำงานของผมในฐานะ ผู้ว่าฯจนจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย. ด้วยการใช้เงินเดือน ร่วมกิจกรรมดังกล่าว ตามที่คณะกรรมการในโครงการดังกล่าวที่กำหนดขึ้น ทั้งยังจะอาสาเป็นแกนนำบอกบุญผู้ใจบุญทั่วไทย ได้ร่วมสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์และต่อลมหายใจให้กับเพื่อนมนุษย์ เพื่อนำรายได้มาเสริมสภาพคล่องและจัดซื้อครุภัณฑ์ที่สำคัญของ รพ.ตามที่ รพ.ได้กำหนดไว้” ผู้ว่าฯขอนแก่นกล่าว

ขณะที่ นพ.สุรสิทธิ์กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันว่า รพ.ขอนแก่น เดิมนั้นติดลบกว่า 1,200 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขได้อุดหนุนงบและเสริมสภาพคล่องมาแล้วรอบแรก จนทำให้วันนี้ รพ.ขาดสภาพคล่องอยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท การจัดกิจกรรมร่วมกันกับศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น และภาคประชาชนในขอนแก่น ดำเนินโครงการจัดคอนเสิร์ตการกุศล “หนึ่งการให้ ต่อลมหายใจเพื่อนมนุษย์” เพื่อหารายได้ในการจัดซื้อเวชภัณฑ์และครุภัณฑ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลขอนแก่น ซึ่งรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายจะมอบให้แก่ รพ.ขอนแก่น เพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์และบรรเทาภาวะวิกฤตทางการเงินต่อไป

“รพ.ขอนแก่นเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภาคอีสาน มีจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยได้กว่า 1,200 เตียง รับดูแลรักษาประชาชนทั้งในเขต จ.ขอนแก่น และเป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายหลักของเขตสุขภาพที่ 7 กระทรวงสาธารณสุข ที่รับส่งต่อผู้ป่วยที่ต้องการการรักษาที่ซับซ้อนโดยแพทย์เฉพาะทาง รพ.ขอนแก่นมีศูนย์ความเป็นเลิศที่ให้บริการผู้ป่วยได้ครบวงจร อาทิ ศูนย์โรคหัวใจ ที่ให้บริการทั้งการตรวจสวนหัวใจ การทำบอลลูน ขยายหลอดเลือดหัวใจ และการผ่าตัดบายพาสเส้นเลือดหัวใจตีบ ศูนย์รักษาโรคมะเร็ง ที่มีทั้งยารักษาที่ทันสมัยและให้บริการฉายรังสี/ฝังแร่แก่ผู้ป่วยมะเร็งศูนย์หลอดเลือดสมอง ที่ให้บริการทั้งการผ่าตัดสมองและการรักษาเส้นเลือดในสมองตีบ โดยใช้สายสวนดูดระบายลิ่มเลือด ศูนย์อุบัติเหตุ ศูนย์ทารกแรกเกิดที่ดูแลทารกที่ป่วยมีปัญหาหลังคลอด เป็นต้น” นพ.สุรสิทธิ์กล่าว

นพ.สุรสิทธิ์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีการให้บริการด้านการปลูกถ่ายอวัยวะ ไม่ว่าจะเป็นการปลูกถ่ายกระจกตา การปลูกถ่ายไต และการปลูกถ่ายไขกระดูก ในปัจจุบันโรงพยาบาลขอนแก่นต้องรับดูแลและรักษาผู้ป่วยเป็นจำนวนมากกว่า 1.2 ล้านคนต่อปี (รวมจำนวนทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน) โดยเฉพาะประชาชนที่ใช้สิทธิการรักษาจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และผู้ป่วยต่างๆ เหล่านี้มีความจำเป็นต้องใช้ทั้งยาที่มีประสิทธิภาพและเครื่องมือการรักษาที่ทันสมัย ซึ่งล้วนแล้วแต่ราคาสูง ต้องใช้งบประมาณในการจัดซื้อเป็นจำนวนมาก และยังรวมไปถึงการปรับปรุงอาคารสถานที่เพื่อให้บริการรักษาประชาชนให้ได้รับการบริการที่สะดวกและปลอดภัย