หน้าแรก ภูมิภาค คนกันทรลักษ์พ...

คนกันทรลักษ์พ้อ อยากเห็นชายแดนสงบ เผยตอนปะทะวันแรกกลัวมาก รีบพาแม่ป่วยติดเตียงหนีตาย

18.08.25 | 17:12 น.

สุดรันทด ชาวบ้านชายแดนพาแม่ติดเตียงขาขาดหนีสงคราม ครอบครัวหญิงล้วนในหมู่บ้านกระสุนตกวอนหยุดปะทะ หวังสันติภาพเกิดขึ้นระหว่างสองประเทศ

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากบ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ หมู่บ้านกระสุนตก ใกล้เขตชายแดนไทย-กัมพูชา ฝั่งเขาพระวิหาร ปรากฏว่า หลังมีกระแสข่าวลือหนาหูว่าอาจเกิดการปะทะทางทหารระหว่างไทยและกัมพูชา จนทำให้ก่อนหน้านี้ประชาชนบางส่วนอพยพออกจากพื้นที่ เริ่มทยอยกลับเข้ามายังบ้านพักอาศัยอีกครั้ง ขณะเดียวกัน ชาวบ้านบางส่วนที่ยังปักหลักอยู่ในหมู่บ้าน ซึ่งแม้จะอยู่ในพื้นที่เสี่ยงสูง

ขณะที่ น.ส.จริญญา อายุ 49 ปี ซึ่งต้องดูแลนางถิง อายุ 87 ปี แม่ที่ป่วยติดเตียง เนื่องจากประสบอุบัติเหตุขาขาดและมีโรครุมเร้า ประกอบกับครอบครัวของ น.ส.จริญญา มีแต่หญิงโสดทั้งหมด 6 คน เวลามีเหตุการณ์ปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา ต้องช่วยกันนำนางถิงใส่รถล้อลาก วิ่งเข้าไปหลบยังหลุมหลบภัยอย่างทุลักทุเล

แม้สถานการณ์ระหว่างไทย-กัมพูชาในขณะนี้ยังไม่มีการปะทะเกิดขึ้น แต่เจ้าตัวได้จัดเตรียมสิ่งของต่างๆ ทั้งแพมเพิส ผ้าห่ม เสบียงอาหาร และของจำเป็น ใส่ไว้ในรถเข็น เพื่อให้พร้อมอพยพได้ทันทีหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด

Advertisement

น.ส.จริญญาเปิดเผยว่า วันแรกของการปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา เมื่อเสียงปืนใหญ่ดังขึ้น ตนและญาติพี่น้องต้องช่วยกันนำร่างแม่ พร้อมสิ่งของขึ้นรถลากไปหลบยังหลุมหลบภัย ตอนนั้นรู้สึกกลัวมาก หลังจากนั้นตนและครอบครัวพากันอพยพไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงใน อ.เบญจลักษ์ เมื่อกลับมาอยู่บ้านก็ยังคงไม่มั่นใจในสถานการณ์ จึงต้องเตรียมสิ่งของใส่รถลากให้พร้อมอพยพตลอดเวลา อีกทั้งสมาชิกในบ้านมีแต่ผู้หญิง ไม่มีผู้ชายเลย มีเพียงเด็กชายวัย 4 ขวบเท่านั้น เมื่อต้องเผชิญเหตุปะทะจึงต้องช่วยกันหอบแม่และพาเด็กไปหลบก่อน

น.ส.จริญญากล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรู้สึกกังวลมาก ไม่อยากให้เกิดการปะทะกันระหว่างสองประเทศ ถามว่าเราสูญเสียไหม เราก็สูญเสีย ถามว่าเขาสูญเสียไหม เขาก็สูญเสีย สงสารทั้งคนแก่และเด็กตาดำๆ เหนื่อยก็เหนื่อย ไม่มีเงินด้วย

“แม่ก็เป็นโรคไตระยะสุดท้าย ขาก็ประสบอุบัติเหตุ ต้นไม้ล้มใส่จนต้องตัดขา ชีวิตก็ไม่รู้จะตายวันไหน เพราะทุกคนเกิดมาก็ต้องตายอยู่แล้ว อยากให้บ้านเมืองสงบ จะได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติอีกครั้ง” น.ส.จริญญากล่าว

มีรายงานว่า ขณะนี้ครอบครัวของ น.ส.จริญญาได้ย้ายไปอาศัยอยู่บ้านญาติในพื้นที่ปลอดภัยอีกครั้ง เพื่อจะได้ไม่ต้องพาแม่เดินทางอพยพไปมาแบบนี้อีก จนกว่าสถานการณ์ในพื้นที่จะเริ่มคลี่คลายต่อไป