กป.อพช.ใต้ แถลงเรียกร้องความเป็นธรรมให้หมอสุภัทร จี้ย้ายปลัดสธ.เพื่อความเป็นกลาง เชื่อยังมีช่องทางให้คณะกรรมการตรวจสอบวินัย แก้ไขคำสั่งให้ นพ.สุภัทร กลับเข้าสู่ระบบ
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 18 สิงหาคม คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ (กป.อพช.ใต้) นำโดยนายวิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี เลขาธิการคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ ได้แถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลต้องคืนความเป็นธรรม-คุณธรรม กรณี นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการ รพ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา และประธานชมรมแพทย์ชนบท กรณีมีผลการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง ของกระทรวงสาธารณสุข กล่าวหาว่า นพ.สุภัทร ผิดวินัยร้ายแรงและจะให้ออกจากราชการ โดยอ้างกรณีที่ นพ.สุภัทร ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลาในขณะนั้น จัดซื้อ ATK ในคราวที่เข้าร่วมกับทีมชมรมแพทย์ชนบทบุกกรุง
กระบวนการสอบสวนทางวินัย นพ.สุภัทร อยู่ภายใต้การกำกับของปลัดกระทรวงสาธารณสุข และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเคยมีความขัดแย้งเกี่ยวกับการแสดงความคิดเห็นต่อนโยบายกระทรวงสาธารสุขของ นพ.สุภัทร มาก่อนหน้านี้ กระบวนการสอบสวนถูกมองว่าเป็นไปอย่างไม่มีความเป็นธรรม หลังมีการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการสอบสวนชุดใหม่ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 เพียงเวลาไม่นานก็สรุปผลการสอบสวนให้ลงโทษ นพ.สุภัทร ด้วยการให้ออกจากราชการ
กป.อพช.ใต้ มองว่าในขณะที่ประเทศไทยกำลังประสบวิกฤตทางเศรษฐกิจย่ำแย่อย่างหนัก การเมืองไม่มีเสถียรภาพ ปัญหาชายแดนลุกลามเกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศ ประชาชนทุกระดับรับผลกระทบสั่นคลอนกันถ้วนหน้า แต่ นพ.สุภัทรและเพื่อนทีมแพทย์กระทรวงสาธารณสุขยังยืนหยัดทำงานรักษาคนไข้ ไม่ถอยหนีไปซบโรงพยาบาลเอกชนที่มีรายได้ดีกว่า นับเป็นเกียรติยศและศักดิ์ศรีแห่งกระทรวงสาธารณสุขของประเทศ ก่อนที่จะไม่เหลืออะไรให้ประชาชนเคารพเชื่อมั่นภาครัฐ ราชการ ได้อีก
เราขอร่วมเรียกร้องให้รัฐบาลตั้งคณะกรรมการกลางขึ้นมากำกับดูแลทบทวนผลการสอบสวน กู้คืนความเป็นธรรม-คุณธรรมในระบบราชการกลับคืนมาเพื่อเป็นที่พึ่งของประชาชน พร้อมขอให้ย้ายปลัดกระทรวงสาธารณสุข ออกไปก่อน เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างยุติธรรม ทั้งนี้กป.อพช.ใต้ พร้อมที่จะร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่และยกระดับการขับเคลื่อนร่วมกับเครือข่ายทั่วประเทศต่อไปหากนายแพทย์สุภัทรไม่ได้รับความเป็นธรรม
กรณีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ออกมาบอกว่าเหตุที่ไม่ได้สอบสวน ผอ.รพ.ท่านอื่น กรณีเดียวกับ นพ.สุภัทรเพราะไม่มีข้อร้องเรียนนั้น มองว่าการร้องเรียนมีได้หลายกรณี อย่างการที่เราแถลงอยู่นี้ก็ถือเป็นการร้องเรียนช่องทางหนึ่งซึ่งท่านก็สามารถรับไปตรวจสอบได้ หรือในวันพรุ่งนี้ (19 สิงหาคม) เครือข่ายภาคประชาชนส่วนหนึ่งก็จะเดินทางไปทำเนียบรัฐบาล ท่านรัฐมนตรีก็จะได้รับไปพิจารณาเรามองว่าการร้องเรียนหรือไม่ร้องเรียนจะเป็นปัจจัยสำคัญ ถ้าระบบราชการยังเป็นแบบนี้ สังคมรับไม่ได้เพราะเกินเยียวยาถ้ารัฐบาลภายใต้พรรคเพื่อไทย ปฏิบัติการในการบริหารราชการแบบนี้ต่อไป ประเทศชาติก็จะไปไม่ได้
ดังนั้น กรณี นพ.สุภัทร เราเชื่อว่านพ.สุภัทร บริสุทธิ์ คิดว่าเป้าหมายของระเบียบคือป้องกันการโกง เจตนารมย์ต่างหากที่คณะกรรมการต้องพิจารณา ประกอบกับหลักฐาน โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด 19 ที่มีข้อห้ามมากมาย ห้ามแม้กระทั่งคนออกจากบ้าน ดังนั้นมองว่า กรณี นพ.สุภัทรนั้นยังสามารถแก้ไขคำสั่งของคณะกรรมการสอบสวน ได้อีกหลายขั้นตอน จึงอยากให้กลับเข้าสู่ในระบบที่ถูกต้อง

