เตือน 11 จังหวัด ท้ายเขื่อนน้ำขึ้น 90 ซม.เจ้าพระยาจ่อระบาย 1500 ลบ.ม.
วันที่ 19 สิงหาคม กรมชลประทานได้ออกหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำ ไปยัง 11 จังหวัดลุ่มภาคกลางประกอบด้วย จ.อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร ว่าช่วงวันที่ 21 สิงหาคม น้ำเหนือจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นในเกณฑ์1,850 ลบ.ม./วิ ทำให้เขื่อนเจ้าพระยามีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบาย เพื่อให้สอดคล้องและสร้างสมดุลปริมาณน้ำเหนือเขื่อนและท้ายเขื่อน ในอัตรา 1,200-1,500ลบ.ม./วิ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อน ที่จะมีระดับน้ำยกตัวขึ้นจากปัจจุบัน 10-90ซ.ม. จึงขอให้ทุกจังหวัดเฝ้าระวังสถานการณ์ โดยเฉพาะผู้ที่มีบ้านเรือนอยู่ริมตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยา และผู้ประกอบการกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา แพ โป๊ะ ร้านอาหาร และงานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง ที่จะได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่สูงขึ้น

ขณะที่สถานการณ์น้ำในเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท กุญแจสำคัญในการบริหารจัดการน้ำลุ่มภาคกลาง พบว่าน้ำเหนือที่ไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยา มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าน้ำส่วนหนึ่งถูกตัดยอดผันเข้าทุ่งบางระกำ จ.พิษณุโลก และพื้นที่แก้มลิงเหนือเขื่อนแล้วก็ตาม โดยที่จุดวัดน้ำC2 หน้าค่ายจิรประวัติ อ.เมืองนครสวรรค์ วัดได้ 1,551ลบ.ม./วิ ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาทรงตัวระดับสูงในรอบ24ชม.วัดได้ 15.75ม.รทก.(เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง)

โดยเขื่อนเจ้าพระยาได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำลงท้ายเขื่อนแบบขั้นบันได ล่าสุดได้เพิ่มอัตราการระบายจาก 1,100ลบ.ม./วิ ขึ้นไปที่เกณฑ์ 1,200ลบ.ม./วิ เพื่อรับมวลน้ำจากฝนที่ตกหนักทางตอนบนของประเทศ และลดผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อน โดยระดับน้ำท้ายเขื่อนยกตัวขึ้น50ซ.ม.ในรอบ24ชม.วัดได้ 11.82ม.รทก.

ทางราชการย้ำเตือนพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำท้ายเขื่อน ใน คลองโผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง คลองบางบาล อ.บางบาล ต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งริมตลิ่งแม่น้ำน้อย ในพื้นที่ จ.อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา ขอให้เฝ้าสังเกตุความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ ที่จะยกตึ้วขึ้น 10-15 ซ.ม.ใน 24 ชม.ข้างหน้า และติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิดต่อไป

