ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีแอบอ้างสแกนลายเซ็นลงนามหนังสือราชการ
จากกรณีนายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ออกหนังสือด่วนที่สุดถึงนายอำเภอเมืองสงขลา ขอความอนุเคราะห์อำนวยความสะดวก นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการเดินทางมาราชการในพื้นที่ จ.สงขลา เพื่อตรวจราชการสำคัญตามนโยบายรัฐบาล และมีกำหนดเดินทางกลับไปปฏิบัติราชการ ณ กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 18 สิงหาคม กระทั่งนายโชตินรินทร์ออกมาตอบโต้ว่าไม่ได้เซ็นคำสั่งกล่าว
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ลงนามออกคำสั่งจังหวัดสงขลา ที่ 39407/2568 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีคำสั่งจังหวัดสงขลา โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 54 และมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบมาตรา 90 และมาตรา 91 แห่งพระราชบัญญัติข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

โดยคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว ประกอบด้วย 1) นายวิทยา จันทน์เสนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ประธานกรรมการ 2) นายวรพันธุ์ สุวรรณยุหะ ปลัดจังหวัดสงขลา กรรมการ 3) นางสาวลัดดาวัลย์ สุวรรณรัตน์ นิติกรชำนาญการพิเศษ สำนักงานจังหวัดสงขลา กรรมการและเลขานุการ 4) นายถวัลย์ชัย พรหมมา นิติกรชำนาญการ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา ผู้ช่วยเลขานุการ และ 5) นายภูวนัย จันสุกศรี ผู้ช่วยเลขานุการ
ทั้งนี้ ตามคำสั่งดังกล่าวระบุให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ดำเนินการตรวจสอบ สืบสวน และรวบรวมพยานหลักฐานกรณีดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน และรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมเสนอความเห็นต่อผู้สั่งแต่งตั้งเพื่อพิจารณาสั่งการ และหากปรากฏมีการกระทำความผิดจริงให้ดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญาต่อไป สั่ง ณ วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2568 ลงนาม นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา
อย่างไรก็ตาม กรณีที่เกิดขึ้น ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำหนังสือราชการยังตั้งข้อสังเกตว่าหนังสือราชการฉบับดังกล่าวมีหลายจุดไม่ถูกต้อง เช่น เรื่องการใช้ถ้อยคำในหนังสือ หากเป็นหนังสือสั่งการจากผู้บังคับบัญชาลงไปจะไม่ใช้ถ้อยคำว่า ตั้งเรื่อง ขอความอนุเคราะห์ หรือลงท้ายว่า ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ ส่วนชื่อเต็มใต้ลงนามลายเซ็น ในทางปฏิบัติปกติมักเป็นการประทับตราสดเท่านั้น
นอกจากนี้ ยังมีรูปแบบเอกสารราชการที่พิมพ์ผิดเพี้ยนไปจากที่ควรจะเป็น ซึ่งจากข้อสังเกตต่างๆ ทำให้ทราบว่าหากเป็นหนังสือสั่งการจากผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาจริง ถ้อยคำบนหนังสือจะต้องปรากฏข้อสั่งการอีกแบบหนึ่ง และแบบฟอร์มเอกสารราชการต้องถูกต้องตามระเบียบ
จากกรณีที่เกิดขึ้นทำให้ จ.สงขลา ต้องกำชับส่วนราชการให้เคร่งครัดเรื่องการนำลายเซ็นสแกนของผู้บังคับบัญชาไปใช้ เนื่องจากการปลอมแปลงเอกสารราชการมีโทษทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา ส่งผลกระทบต่อบุคคลที่ถูกกล่าวอ้าง รวมถึงภาพลักษณ์ของจังหวัดและส่วนราชการ


