หน้าแรก ภูมิภาค ทหารเขมรบุกป่...

ทหารเขมรบุกป่วนคณะ ‘ไอโอที’ ช่องอานม้า มทภ.2 ซัดไร้มารยาท แย้มจีนดึง2ปท.เก็บทุ่นระเบิด

20.08.25 | 06:05 น.

ทหารเขมรบุกป่วนคณะ ‘ไอโอที’ ช่องอานม้า มทภ.2 ซัดไร้มารยาท แย้มจีนดึง2ปท.เก็บทุ่นระเบิด


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม คณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (Interim Observer Team: IOT) จาก 8 ประเทศสมาชิกอาเซียน ได้แก่ บรูไน มาเลเซีย ลาว อินโดนีเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม เดินทางลงพื้นที่ช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เพื่อตรวจสอบ กรณีการรุกเข้ามาตัดลวดหนามของฝ่ายกัมพูชา ถือเป็นการทำลายความไว้วางใจ และละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

โดยบริเวณดังกล่าวเป็น ตลาดช่องอานม้า เคยเป็นจุดผ่อนปรนทางการค้าที่ให้กัมพูชานำสินค้าขึ้นมาค้าขาย แลกเปลี่ยนกับไทยมานานกว่า 20 ปี และพื้นที่ตรงนี้ เป็นพื้นที่ที่มีข้อตกลงตาม MOU43 ที่ห้ามก่อสร้างสิ่งปลูกสร้าง แต่กัมพูชาได้ขึ้นมาก่อสร้างบ้านเรือน และสร้างครอบครัวรวมถึงอนุสาวรีย์ตาอม

เมื่อมีการสู้รบที่ผ่านมา ทำให้ทางการไทยสามารถที่จะกระชับพื้นที่ และเข้าควบคุมพื้นที่ที่เป็นขอบเขตของไทยกลับคืนได้ พื้นที่ดังกล่าวเป็นตลาดชุมชนชายแดนกัมพูชากว่า 80 หลังคาเรือนที่ตั้งอยู่บนพื้นที่บริเวณช่องอานม้า ถูกล้อมด้วยรั้วลวดหนามหีบเพลง

Advertisement

เมื่อคณะทูตสังเกตการณ์ชั่วคราวเดินทางมาถึง มีทหารชาวกัมพูชาจำนวนหนึ่งเข้ามาแสดงท่าทีไม่พอใจว่า ไม่มีการแจ้งให้ทราบก่อนว่าจะมีคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราวเข้ามา ขณะที่ทหารไทยก็พยายามเจรจาพูดคุย พร้อมกับระบุว่า “ทหารต้องสุภาพ และมีมารยาทมากกว่านี้ เพราะทหารไทยยังมีมารยาทกับพวกคุณเลย”

พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวกรณีทหารกัมพูชายั่วยุ คณะไอโอที ที่ช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานีนั้น แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า เป็นปกติของการปฏิบัติของทหารเขมร เป็นการประท้วงทางสัญลักษณ์ เพราะจุดนั้นเป็นพื้นที่ที่เราแย่งชิง และไทยยืนยันเป็นเส้นเขตแดนของไทย

ส่วนการกระทำที่เกิดขึ้นต่อหน้าคณะผู้สังเกตการณ์ จะส่งผลอะไรหรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า เรื่องนี้ฝ่ายกัมพูชาจะเสียมากกว่า ไม่มีมารยาท

เมื่อถามว่า การประชุม RBC ครั้งนี้จะมีการพูดคุยพื้นที่ช่องอานม้า ที่กัมพูชารุกล้ำเข้ามาตั้งร้านค้าด้วยหรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ช่องอานม้าเป็นเรื่องเดิม ที่ต้องคุยในภาพรวมอยู่แล้วตลอดแนวชายแดน ถ้าเราควบคุมพื้นที่ตรงไหนก็ต้องอยู่ตรงนั้น และจะไม่ให้กัมพูชาเข้ามาใช้ประโยชน์อีก เพราะมันผิดหลักการ MOU เนื่องจากพื้นที่ที่อยู่ใกล้เส้นเขตแดน จะไม่ให้มีสิ่งปลูกสร้างใดๆ เพราะการปักปันเขตแดนยังไม่แล้วเสร็จ ทั้งนี้สิ่งปลูกสร้างของกัมพูชาที่ช่องอานม้า พยายามให้กัมพูชาเป็นฝ่ายรื้อออกไปเอง

ส่วนที่กัมพูชาพยายามแอบอ้างว่าสิ่งปลูกสร้างตรงนั้น เป็นบ้านเรือนของชาวกัมพูชา แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า กัมพูชารุกล้ำมานานแล้ว เป็นสิ่งที่ไทยประสงค์ให้เขาออกไปเช่นกัน

เมื่อถามว่าการเกิดเหตุแบบนี้จะส่งผลต่อการประชุม RBC หรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 บอกว่า คงไม่ เป็นเรื่องปกติที่เข้าใจกันได้ โดยการประชุม RBC จะประชุมตามกรอบที่หน่วยเหนือกำหนดให้ ซึ่งแม่ทัพของทั้งทั้ง 2 ประเทศจะคุยกัน

ถามต่อว่าผลการหารือ RBC ในพื้นที่กองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ที่กัมพูชาไม่ตอบรับการจัดการทุ่นระเบิด คิดว่าในส่วนการพูดคุยของกองทัพภาคที่ 2 จะเป็นลักษณะใด พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า เห็นว่าจีนจะเข้ามาเป็นตัวกลาง ขอความร่วมมือทั้ง 2 ประเทศ ให้เก็บกู้ทุ่นระเบิด ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นหนึ่งในหัวข้อที่เราจะใส่ไปในการพูดคุย RBC

เมื่อถามว่าทางกัมพูชาจะยอมฟังประเทศจีนหรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ถ้าไม่ฟัง ไทยก็จะชี้แจงให้ชาวโลกรู้ ว่าเขมรไม่ยอมรับการเก็บกู้ทุ่นระเบิด

ส่วนที่กัมพูชาออกมาระบุไทยพยายามจัดฉากเรื่องหุ้นระเบิด ทางกองทัพหลักฐาน ที่จะพิสูจน์เรื่องนี้หรือไม่ ว่าทุ่นระเบิดเป็นของกัมพูชา แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ก็เราไม่ได้ใช้ เพราะทุ่นระเบิดเป็นอาวุธที่ค่ายสังคมนิยมใช้ ซึ่งไม่มีใช้ในไทย และเราเคารพอนุสัญญาออตตาวาอยู่แล้ว เรื่องนี้เข้าใจอยู่แล้วว่าใครเป็นคนวาง เราเข้าใจบุคลิกของประเทศเพื่อนบ้านอยู่แล้ว

“เรื่องทุ่นระเบิด เขาวางเอง เขาก็ปฏิเสธเองอยู่แล้ว คงไม่มีใครยอมรับ เรื่องนี้เราจึงพยายามเข้าสู่ที่ประชุม เพื่อให้เป็นไปตามหลักสากล จะได้เก็บกู้ร่วมกัน โดยองค์กรสากลที่เป็นกลาง”แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าว

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับรั้วลวดหนามในขณะนี้ ควรวางรั้วลวดหนามในบริเวณชายแดนยาวเลยหรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่าเห็นด้วย แต่ว่ารั้วที่วางระหว่างประเทศ หากจะให้เกิดความเรียบร้อย ทั้งสองฝ่ายต้องเข้าใจตรงกัน มิฉะนั้นหากฝ่ายหนึ่งวาง ฝ่ายหนึ่งรื้อ และฝ่ายหนึ่งประท้วง มันก็จะไม่จบ จะต้องมีการหารือในระดับรัฐบาล ว่าแนวเส้นเขตแดนที่เราตกลงกันได้ มีอยู่จุดใดบ้าง แล้วจึงดำเนินการ เช่นนั้นถึงจะเรียบร้อย

เมื่อถามย้ำว่า ในวันนี้เขามีความพร้อมที่จะรบกับไทยแล้วหรือไม่ พล.ท.บุญสิน ยืนยันว่า “ถ้าเขาพร้อม เราพร้อมอยู่แล้ว”

เมื่อถามต่อว่า ปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้เกิดการรบครั้งใหม่ อาจมาจากการที่ไทยเตรียมดำเนินการฟ้องร้องกัมพูชาในข้อหาอาชญากรสงคราม รวมทั้งกรณีที่สร้างความสูญเสียต่อพื้นที่พลเรือนของไทยหรือไม่ พล.ท.บุญสิน ระบุว่า เป็นสิทธิของเราอยู่แล้ว และเห็นด้วยตามแนวทางปฏิบัติของทางรัฐบาล โดยให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการยื่นฟ้องในส่วนที่เกี่ยวข้องตามหลักสากล ยืนยันว่าต้องปฏิบัติ

ส่วนจะเป็นปัจจัยที่ทำให้การพูดคุยกันยากขึ้นหรือไม่นั้น มองว่า ในทางกลับกันทางกัมพูชาก็ยื่นฟ้องศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ในประเด็นพื้นที่พิพาท 4 แห่ง ดังนั้นไทยก็จะยื่นฟ้องในประเด็นนี้เช่นกัน เนื่องจากมีหลักฐานในทางกายภาพชัดเจน

เมื่อถามว่า ทางกองทัพจะส่งหลักฐานให้กับตำรวจภูธรภาคที่ 3 เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานส่งอัยการสูงสุดพิจารณา เอาผิด 2 ผู้นำกัมพูชาด้วยหรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่า ใช่ และกองทัพภาคที่ 2 พร้อมสนับสนุนหลักฐานอยู่แล้ว