อันซีนหมู่เกาะชุมพร
ดำดูปะการังสวรรค์อ่าวไทย
ดินแดนแห่งเมืองท่องเที่ยวทางทะเล
จังหวัดชุมพร ถือเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงด้านการท่องเที่ยวทางทะเล มีเกาะแก่งต่างๆ กว่า 54 เกาะ เกาะส่วนใหญ่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ในจำนวนเกาะเหล่านี้มี 11 เกาะ ที่เป็นเกาะสัมปทานรังนกนางแอ่น
นางสาวสุกฤตา ธรรศเดชานนท์ ผู้อำนวยการกองการท่องเที่ยวและกีฬา องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ชุมพร พร้อมด้วย ดร.สุรินทร์ เหล่าพัทรเกษม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร ดร.อนัน รามพันธุ์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร นายทวีลาภ การะเกด ผู้สื่อข่าวพิเศษมติชนประจำจังหวัดชุมพร และทีมงาน ร่วมกันเดินทางโดยเรือเร็ว (Speed Boat) ออกจากท่าเรือทิพย์มารีน่า หมู่ 1 ต.ท่ายาง อ.เมือง จ.ชุมพร เพื่อสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวทางทะเลในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรที่สามารถเชื่อมโยงกันได้ โดยเยี่ยมชม “เกาะทะลุชุมพร” ที่มีรูทะลุเป็นรูปหัวใจ “เกาะกะโหลก” ที่มีส่วนหนึ่งของเกาะมีลักษณะคล้ายหัวกะโหลก “เกาะง่ามน้อยเกาะง่ามใหญ่” ที่เป็นเกาะสัมปทานรังนกนางแอ่น

ซึ่งมีจุดดำน้ำดูปะการังที่ดีที่สุดจุดหนึ่งฝั่งอ่าวไทย และยังมีบางส่วนของเกาะมีลักษณะคล้ายฝ่ามือซ้ายที่เรียกกันว่า “หัตถ์พระเจ้า” ด้วย ก่อนเดินทางยัง “เกาะมัตตรา” ซึ่งมีชายหาดและทิวทัศน์ที่สวยงาม ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมขึ้นไปรับประทานอาหารมื้อเที่ยง นอกจากนั้น ยังได้ร่วมกันชม “เกาะแรด” หรือ “เกาะหลักแรด” เป็นเกาะหินปูนที่ไม่มีชายหาด แต่มีชื่อเสียงเรื่องแนวปะการังและดอกไม้ทะเลที่สวยงาม เหมาะแก่การดำน้ำตื้นและดำน้ำลึก เกาะนี้มีลักษณะคล้ายแรดจึงเรียกชื่อว่า เกาะแรด
คณะสำรวจยังได้ชม “เกาะทองหลาง” ที่มีลักษณะคล้าย “จระเข้พันธุ์ทองหลาง” เป็นเกาะเล็กๆ ที่ไม่มีชุมชนอาศัยอยู่ นักท่องเที่ยวมักมาเกาะนี้เพื่อดำน้ำตื้นชมปะการัง และยังเป็นจุดแวะพักสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไปดำน้ำที่เกาะลังกาจิว ก่อนต่อไปยัง “เกาะละวะ” เกาะขนาดเล็ก ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปดำน้ำชมปะการังบริเวณรอบเกาะ เพราะมีแนวปะการัง โดยเฉพาะดอกไม้ทะเลที่มีสีสันฉูดฉาดงดงาม
จากนั้นได้เดินทางต่อไปยัง “เกาะลังกาจิว” เป็นเกาะสัมปทานรังนกที่มีความสำคัญ และเป็นเกาะที่มีชายหาดสวยงาม และมีแนวปะการังสภาพสมบูรณ์ดีมาก ส่วนด้านอื่นๆ เป็นโขดหินสามารถพบปะการังบ้างเล็กน้อย ไม่มีบ้านเรือนผู้คนอาศัยอยู่บนเกาะ นอกจากกระท่อมของคนเฝ้ารังนก

ในอดีตที่ผ่านมาเกาะลังกาจิวไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวขึ้นมาบนเกาะ นอกจากอนุญาตให้มาดำน้ำชมปะการังโดยรอบเกาะเท่านั้น แต่ปัจจุบันเกาะลังกาจิว เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปท่องเที่ยวบนเกาะได้แล้ว โดยต้องขออนุญาตจากคนเฝ้ารังนกก่อน และอนุญาตให้เดินเที่ยวได้เฉพาะบริเวณชายหาดเท่านั้น ห้ามเข้าไปเที่ยวในถ้ำอันเป็นที่อยู่ของนกนางแอ่นโดยเด็ดขาด บริเวณด้านหน้าของเกาะทางด้านทิศตะวันตกมีหาดทรายขาวยาวประมาณ 100 เมตร เม็ดทรายค่อนข้างหยาบแต่น้ำใสสะอาดราวมรกต และเหนือบริเวณหาดทรายขึ้นมาเป็นกระท่อมของคนเฝ้ารังนก ถัดขึ้นมาอีกหน่อยเป็นศาลาพักร้อนและห้องสุขาไว้บริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย
เกาะลังกาจิวเป็นเกาะหินปูนที่มีโตรกหินสูงชัน เต็มไปด้วยโพรงถ้ำน้อยใหญ่มากมาย ซึ่งเป็นที่อยู่ของบรรดานกนางแอ่นมากมายหลายแสนตัวตลอดจนค้างคาว

จุดเด่นที่สำคัญบนเกาะลังกาจิว คือจารึกพระปรมาภิไธยย่อ “จปร.” และ “ร.ศ.” สลักอยู่บนแผ่นหินด้านหน้าปากทางเข้าถ้ำนกนางแอ่น มีหลักฐานทางระบุว่าเมื่อ 100 กว่าปีที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จประพาสผ่านมายังเกาะลังกาจิวแห่งนี้เมื่อ ร.ศ.117-118 นักท่องเที่ยวที่เดินทางขึ้นมาท่องเที่ยวบนเกาะลังกาจิวจะต้องเชื่อฟังคำแนะนำของคนเฝ้ารังนกโดยเคร่งครัด และจะต้องไม่เดินเข้าไปท่องเที่ยวในโพรงถ้ำอันเป็นที่อยู่ของนกนางแอ่นโดยเด็ดขาด
จากนั้นได้เดินทางไปยัง “เกาะมะพร้าว” ที่เคยเป็นเกาะสัมปทานรังนกเช่นเดียวกัน เป็นเกาะที่มีหาดทรายขาวสะอาด มีต้นมะพร้าวต้นเดียว 2 ราก กับจุด “เขาขาด” ที่สวยงามมีลำธารน้ำทะเลคั่นกลาง และปิดท้ายที่เกาะเสม็ด เกาะประวัติศาสตร์ที่ยังมีบังเกอร์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งอยู่หมู่ 1 ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ชุมพร
นี่คือบางส่วนเท่านั้นของเกาะในทะเลชุมพร ถือเป็นเรื่องตอกย้ำความเป็น “เมืองแห่งการท่องเที่ยวทางทะเล” ได้เป็นอย่างดี หากใครคิดจะไปล่องทะเลชุมพร ควรมีการวางแผนว่าจะไปเที่ยวชมหรือดำน้ำดูปะการังที่เกาะใด เพราะคิดว่าหากใช้เวลาแค่วันเดียวคงไม่พอ



