เจ้าหน้าที่ เร่งตามจับคนร้ายคาร์บอมบ์ ฐานปฏิบัติการ ชคต. ตากใบ คาดกลุ่มเดียวกับที่เคยก่อเหตุเมื่อปี‘67
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 21 สิงหาคม พ.ต.อ.ดิเรก โฉมยงค์ รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดอีโอดี และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เดินดูจุดเกิดเหตุที่สร้างความเสียหายต่อฐานปฏิบัติการซึ่งเป็นช่วงบริเวณหัวมุมด้านซ้ายมือ ซึ่งมีรถยนต์กระบะส่วนตัวของเจ้าหน้าที่ อส.ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนส์ ทะเบียน บฉ 8597 นราธิวาส ได้รับความเสียหาย 1 คัน ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณฝาท้ายขอกระบะ
บริเวณหน้าฐานบางส่วน ซึ่งได้รับความเสียหายจากอานุภาพระเบิด เป็นรถยนต์หุ้มเกราะยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนส์ ทะเบียน 3 ตซ 4792 กทม. พร้อมทั้งเรือนนอนที่ปลูกสร้างด้วยปูนที่หลังคากระเบื้องแตกเสียหายจำนวนหนึ่ง รวมทั้งรถ จยย.ของ อส.ที่จอดอยู่ภายในฐานได้รับความเสียหายจำนวนหลายคันทั้งนี้ เครื่องยนต์และคัสซี รวมทั้งชิ้นส่วนต่างๆได้กระเด็นกระจัดกระจายจากอานุภาพของระเบิดไปไกลกว่า 100 เมตร ซึ่งสร้างความเสียหายต่อร้านเฟอร์นิเจอร์ไม้สักทอง ที่อยู่ติดกับด้านขวามือของฐาน ไม่ว่าจะเป็นประตูสังกะสีหน้าร้านและเฟอร์นิเจอร์ไม้จำนวนหนึ่งที่ตั้งวางจำหน่ายอยู่ภายในร้าน รวมทั้งไปดูความเสียหายของบ้านพักของชาวบ้าน ที่ปลูกสร้างอยู่บริเวณริมถนนฝั่งตรงกันข้ามกับ ชคต.ศาลาใหม่ ที่ได้รับความเสียหาย จำนวน 10 หลัง ที่ส่วนใหญ่ถูกสะเก็ดระเบิดกระจกหน้าต่างประตูแตกเสียหาย

อย่างไรก็ตาม พต.อ.อัสรี ต่วนเพ็ง ผกก.สภ.ตากใบ ได้รายงานความเคลื่อนไหวของคนร้ายจำนวน 2 คน ที่ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ โดยได้เปิดโทรศัพท์มือถือที่ได้บันทึกจากกล้องวงจรปิดอีกทอดหนึ่ง ให้แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ดูความเคลื่อนไหวของคนร้าย หลังก่อเหตุแล้วเสร็จได้ขี่และซ้อนท้าย รถ จยย.หลบหนีไปตามถนนทางเข้าของศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลนราธิวาส ที่มุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านปูลาเจ๊ะมูดอ
ซึ่งขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบชุดสืบสวน สภ.ตากใบ ติดตามความเคลื่อนไหวและสอบถามเบาะแสจากชาวบ้านแล้ว โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งรัดติดตามกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุให้ได้โดยเร็วไว เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน
โดย นายกฤษฎา สุขสบาย นายอำเภอตากใบ ได้รายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ อส.ประจำฐานปฏิบัติการ ชคต.ศาลาใหม่ ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง จนกลุ่มคนร้ายต้องวางแผนปล่อยให้รถคาร์บอมบ์ไหลเข้าไปที่บริเวณหน้าฐานก่อนที่จะจุดชนวนระเบิด ซึ่งถ้าคนร้ายนำรถคาร์บอมบ์ไปจอดบริเวณหน้าฐาน จะถูกเจ้าหน้าที่ อส. ชคต.ใช้อาวุธประจำกายยิงจนเสียชีวิตคาที่เกิดเหตุ

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม หลังคนร้ายก่อเหตุวางระเบิดคาร์บอมบ์ในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ อส.ได้ใช้อาวุธปืนประจำกายยิงตอบโต้ไล่หลังใส่คนร้ายไปจำนวนหลายนัด แต่ด้วยทัศนวิสัยที่มืดและคนร้ายได้วางแผนหลบหนีมาอย่างดี คนร้ายจึงสามารถหลีกหนีคมกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่ อส.ไปได้อย่างหวุดหวิด และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ทำให้ อส.ประจำฐาน ชคต.ศาลาใหม่ ถูกอานุภาพของระเบิดได้รับบาดเจ็บ 6 นาย ซึ่งทั้งหมดมีอาการแน่นหน้าอกและหูอื้อ ประกอบด้วย
1.นายหมู่ตรีอับดุลมานัส นิมุ 44 ปี
2.สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนมามะซาบรี มิงยีนา 40 ปี
3.สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนซูไหรี เจ๊ะแซ 38 ปี
4. สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนนิปัดลี ต่วนอูมา 32 ปี
5. สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอิสมะแอ ปะจูสะลา 40 ปี
6. สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนแวอามะ ยูโต๊ะ 34 ปี ซึ่งทั้งหมดเมื่อแพทย์ปฐมพยาบาลในเบื้องต้น ได้ให้นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตากใบ “ นายกฤษฎา นายอำเภอตากใบ กล่าว

จากการตรวจสอบพบว่ารถยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุเป็นรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส แต่คนร้ายได้นำทะเบียนของรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน กต 3157 นครศรีธรรมราช ซึ่งผู้ครอบครองและถือกรรมสิทธิ์คือ คุณพรทิพย์ มีภูมิลำเนาอยู่ อ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช มาสวมใส่ในการก่อเหตุเพื่ออำพรางเจ้าหน้าที่ ส่วนระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายได้นำมาใส่ไว้ภายในห้องโดยสาร เป็นระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในภาชนะ 2 ลูก คือ ประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สหุงต้ม หนัก 50 ก.ก. และบรรจุใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิก หนัก 25 ก.ก. แต่ไม่พบตัวจุดชนวนเนื่องจากระเบิดทำงานสมบูรณ์ชิ้นส่วนต่างๆได้กระเด็นไปคนทิศละทาง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่คาดว่า คนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้น่าจะเป็นกลุ่มเดียวกับที่เคยก่อเหตุลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์บริเวณถนนหน้าบ้านพักนายอำเภอตากใบ เมื่อวันที่ 29 ก.ย.67 ที่ผ่านมา เนื่องจากคนร้ายใช้วิธีเดียวกันในการปล่อยรถยนต์คาร์บอมบ์ให้ไหลไปยังเป้าหมายแล้วจุดชนวนระเบิด


