ชุด EOD ยังเก็บกู้ระเบิดในพื้นที่สุรินทร์ ชาวบ้านอพยพอยู่วัด 2 แห่งมากขึ้น เหตุไม่มั่นใจสถานการณ์
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านจังหวัดสุรินทร์ ยังไม่ปกติและไม่น่าไว้ใจ ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (TMAC) ศูนย์บัญชาการทางทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ยังดำเนินภารกิจสำรวจพิสูจน์ทราบ เก็บกู้ และทำลายวัตถุระเบิดอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความมั่นคง ลดภัยคุกคาม และคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนชายแดนไทย-กัมพูชา โดยในพื้นที่อำเภอพนมดงรัก สำรวจพบทุ่นระเบิด 264 ทุ่น เหลือทุ่นที่ยังไม่ได้ทำลาย จำนวน 13 ทุ่น ที่พบช่วงนี้ส่วนใหญ่เป็น BM-21 คาดว่ายังคงมีบางส่วนที่ยังตกค้างและยังตรวจไม่พบอีกบางส่วน

สำหรับชุด EOD ของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 สุรินทร์ ยังประจำอยู่ที่อำเภอพนมดงรักเพื่อเข้าตรวจสอบพื้นที่สงสัยที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบหลุมหรือร่องรอยของจรวด BM-21 ที่ยังไม่ระเบิดฝังอยู่ในดิน เพื่อทำการพิสูจน์ทราบและทำลายต่อไป ซึ่งในพื้นที่อำเภอพนมดงรักยังมีจรวดของเขมรอีกหลายลูกที่ยังไม่ระเบิดที่ตกอยู่ตามไร่นาป่าอ้อยและสวนยางพาราของชาวบ้าน จึงขอให้ชาวบ้านที่ออกไปไร่ ไปนา ป่าอ้อยและสวนยางพาราได้โปรดระมัดระวังเป็นพิเศษ พบสิ่งผิดปกติให้แจ้งเพื่อชุด EOD จะได้เข้าไปตรวจสอบเพื่อความถูกต้องต่อไป

ส่วนผู้อพยพที่มาจากอำเภอกาบเชิงและอำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ที่ได้เข้ามาพักอาศัยอยู่ที่วัดศรีรัตนาราม ตำบลนอกเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จำนวน 86 คน และที่วัดเทพสุรินทร์ หรือวัดคุ้มเหนือ ตำบลนอกเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จำนวน 230 คน ซึ่งวัดทั้ง 2 แห่งนี้ได้ปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวไปแล้วตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่เมื่อมามีเหตุการณ์ทหารพรานเหยียบทุ่นระเบิดที่เขมรลักลอบเข้ามาฝังไว้บนเส้นทางลาดตระเวนช่องจุ๊บตาโมก ซึ่งอยู่ฝั่งตะวันตกห่างจากปราสาทตาเมือนธมประมาณ 1 กิโลเมตร ทำให้ทหารพราน 1 นาย ได้รับบาดเจ็บสาหัสขาข้างซ้ายขาด เมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมานั้น ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่มีความหวาดระแวงว่าจะมีการปะทะกันเกิดขึ้นอีก จึงได้อพยพออกมาก่อนทั้งที่ทางการยังไม่มีการแจ้งเตือนให้มีการอพยพ และผู้อพยพส่วนมากจะเป็นเด็ก คนแก่และผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งทางวัดก็อนุญาตให้ผู้อพยพเหล่านี้เข้ามาพักพิงอยู่อาศัยได้ ส่วนอาหารการกินก็ต้องช่วยตัวเอง ซึ่งมีผู้มาบริจาคสิ่งของมอบแก่ผู้อพยพทุกวันไม่มีขาด และทางการก็เข้ามาดูแลเป็นประจำอยู่แล้ว




