หน้าแรก ภูมิภาค จับได้แล้ว เส...

จับได้แล้ว เสี่ยกำมะลอ ตระเวนโบกแท็กซี่ทั่วกรุง ลวงฉกทรัพย์โชเฟอร์ บางรายเสียหายเป็นแสน

21.08.25 | 18:24 น.

มิจฉาชีพอ้างตัวเป็นเสี่ยร้านเครื่องเสียง ตระเวนโบกรถแท็กซี่ ก่อนออกอุบายฉกทรัพย์โชเฟอร์แล้วเผ่นหนี มีผู้เสียหายร่วม 100 ราย


จากกรณีเพจรวมพลคนขับแท็กซี่แห่งประเทศไทยโพสต์ภาพและข้อความระบุตัวมิจฉาชีพชาย ทำทีเป็นผู้โดยสาร ระหว่างทางออกอุบายจ้างงานให้ไปรับของตามจุดต่างๆ รายได้ 700-800 บาท/ครั้ง แต่ต้องมัดจำเงินประกันความเสียหาย หรือเอาสิ่งของของแท็กซี่ไว้เป็นประกัน เช่น มือถือ บัตรเอทีเอ็ม และหลอกให้หลงกล โดยเล่าเรื่องตนเองให้ดูเป็นคนดี สงสาร เห็นใจแท็กซี่ อยากช่วย อยากให้ได้เงิน อีกทั้งทิ้งบัตรเอทีเอ็มตนเองให้แท็กซี่เป็นประกันไว้ว่าตนไม่ใช้มิจฉาชีพแน่นอน แต่แท็กซี่ต้องให้บัตรเอทีเอ็มตนเองมาเป็นประกัน และต่างฝ่ายต่างบอกรหัส จนท้ายสุดแท็กซี่โดนกดเงินจนหมดตัว โชเฟอร์โทรมาร้องเรียนกันหลายราย

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 21 สิงหาคม ที่ สภ.ชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี พ.ต.อ.วุฒิชัย สุคนธวิท ผกก.สภ.ชัยพฤกษ์ พ.ต.ท.ฉัฐวัฒน์ สิริเบญจศักดิ์ รอง ผกก.สอบสวน สภ.ชัยพฤกษ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุมตัว นายประพันธ์ หรือ อ้วน อายุ 50 ปี ชาว อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น พร้อมของกลางที่ตรวจยึดได้จากห้องพักผู้ต้องหา เป็นพระเครื่องจำนวนมากและโทรศัพท์มือถือ โดยกล่าวหาว่า ลักทรัพย์ ลักบัตรอิเล็กโทรนิกส์ จับกุมตัวได้ที่ชุมชนซอย ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

Advertisement

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ สภ.ชัยพฤกษ์ ได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ขับแท็กซี่โดยสารถูกมิจฉาชีพเป็นชายไทยรูปร่างอ้วน ทำทีเป็นผู้โดยสาร อ้างตัวว่าเป็นเสี่ยร้านขายเครื่องเสียงรายใหญ่ โบกเรียกรถแท็กซี่ พร้อมว่าจ้างให้คนขับแท็กซี่ไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม โดยให้คนขับแท็กซี่นำของมีค่ามาเป็นหลักประกันไว้ก่อน เมื่อคนขับแท็กซี่หลงเชื่อก็จะฉวยโอกาสลักทรัพย์และทรัพย์สินของคนขับแท็กซี่หลบหนีไป มีผู้เสียหายเป็นคนขับแท็กซี่จำนวนหลายราย

ในส่วนพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.ชัยพฤกษ์ พบว่า เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 18 กรกฎาคม มีโชเฟอร์แท็กซี่ผู้เสียหายถูกหลอกอยู่ที่ปั๊มน้ำมันใน ต.คลองพระอุดม อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี คนร้ายได้ทรัพย์สินเป็นสร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 2 สลึง มูลค่า 25,000 บาท พร้อมแหวนทองคำ น้ำหนัก 1 สลึง มูลค่า 12,000 บาท และบัตรเอทีเอ็มถูกกดเงินไป 10,600 บาท หลังเกิดเหตุผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน

ต่อมาตำรวจชุดสืบสวนสามารถติดตามจับกุมตัวนายประพันธ์ หรืออ้วน เอาไว้ได้ นอกจากนี้ ยังพบว่าเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา ช่วงเวลา 09.30 น. คนร้ายยังก่อเหตุฉกทรัพย์สินของโชเฟอร์อีกรายที่ร้านก๋วยเตี๋ยวริมถนนชัยพฤกษ์ ต.คลองพระอุดม อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้สร้อยพระ พร้อมแหวนทองคำ มูลค่า 30,000 บาทไป และเมื่อวันที่ 18 ส.ค. ได้ก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวอีกครั้งที่ริมถนนตรงข้ามห้างโรบินสัน ถนนราชพฤกษ์ ต.คลองข่อย อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยได้ทรัพย์สินเป็นโทรศัพท์มือถือไป 1 เครื่อง

นายสมชัย อายุ 67 ปี คนขับแท็กซี่ ผู้เสียหายที่ถูกหลอกเอาทรัพย์สินไปเกือบ 200,000 บาท เป็นแหวนเพชรและพระเครื่องเลี่ยมทอง พร้อมกับบัตรเอทีเอ็ม เปิดเผยว่า คนร้ายเรียกรถจากแยกพรานนกเมื่อวันที่ 17 ก.ค. ให้ไปส่งพุทธมณฑลสาย 1 พอคนร้ายขึ้นมานั่งคู่ที่หน้ารถแล้ว ระหว่างทางคนร้ายได้ขอดูพระ ดูแหวนที่ตนใส่ แล้วเอาบัตร ATM ของเขามายื่นส่งให้ตน พร้อมกับบอกว่าในเอทีเอ็มมีเงินอยู่ 800,000 บาท จากนั้นคนร้ายอ้างว่าจะลงไปทำธุระกลางทาง แล้วว่าจ้างให้ตนเอาเอทีเอ็มไปกดเงิน โดยขอยึดสร้อยคอทองคำกับแหวนไว้เป็นหลักประกันว่าจะไม่โกง

นายสมชัยเผยว่า เมื่อไปกดเงินตามที่เขาสั่ง แต่ไม่มีเงินออกมา จึงรีบขับรถกลับมาแต่ไม่เจอตัวเขาแล้ว จึงรู้ตัวว่าถูกหลอก ก่อนจะรีบเข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.ตลิ่งชัน และอายัดบัตรเอทีเอ็มของตนที่ถูกหลอกเอาไปด้วยได้ทัน เสียดายแหวนวงนี้มาก เพราะเป็นมรดกตกทอดที่เตี่ยของตนให้ไว้ รวมกับสร้อยคอทองคำที่ถูกเอาไปมูลค่าประมาณ 2 แสนบาท

ด้านนายพลเฉลิม อายุ 61 ปี คนขับแท็กซี่อีกราย กล่าวว่า ถูกคนร้ายหลอกเอาทรัพย์สินไปเมื่อวันที่ 15 ส.ค.  โดยคนร้ายได้เรียกรถตนจากสุขสวัสดิ์ให้ไปส่งที่ถนนศรีนครินทร์ โดยเหมาไป-กลับ ก่อนจะออกอุบายให้ตนจอดรอคนร้ายที่อ้างว่าจะไปเอาของอีกร้านหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ กัน คนร้ายขอเอาพระที่คอของตนประมาณ 9 องค์กับสร้อยไป เพื่อประกันว่าตนจะไม่ขับรถหนี เพราะเขามีอาชีพเป็นเจ้าของร้านขายเครื่องเสียง

นายพลเฉลิมกล่าวว่า เขาเหมารถตนในราคา 850 บาททั้งวัน เพื่อให้ตนขับรถรับส่งเขา พระ 8 องค์ของตนที่ถูกหลอกไปเป็นของเก่า ประเมินมูลค่าไม่ได้ เมื่อทราบข่าวว่าตำรวจตามจับตัวคนร้ายได้แล้วจึงรีบเดินทางมาดูพระเครื่องที่ตรวจยึดมา พบว่ามีพระของตนเหลืออยู่เพียงองค์เดียว

นายพลเฉลิมกล่าวอีกว่า พฤติกรรมของคนร้ายรายนี้ตั้งใจมาก่อเหตุโดยเฉพาะเลือกขึ้นมาข้างหน้าคู่กับคนขับก่อนจะชวนคุย สักพักตนเกิดอาการมึนจนยอมเชื่อคนร้ายไปอย่างง่ายดาย เท่าที่ทราบผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นคนขับรถแท็กซี่ มีไม่ต่ำกว่า 50 คน

นางลมัย อายุ 61 ปี กล่าวว่า ถูกคนร้ายเรียกรถจากถนนสุขสวัสดิ์ให้ไปส่งย่านพระราม 2 ระหว่างทางคนร้ายอ้างว่าไม่อยากขึ้นรถเมล์เพราะใส่ทองเส้นใหญ่ เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย นอกจากนี้ ยังอ้างเป็นเจ้าของร้านขายเครื่องเสียงรายใหญ่ เคยจ้างรถแท็กซี่ให้มาวิ่งรับส่ง แต่คนขับแท็กซี่คันเก่าติดการพนันจนเสียงานไป และกำลังจะหาแท็กซี่ประจำตัวอยู่ ตนสนใจและหลงเชื่อจึงคุยรายละเอียดกับคนร้ายไป โดยเขาตกลงว่าจ้างตนวันละ 700 บาท และให้พิเศษอีก 100 บาท พร้อมกับให้แบงก์พันตนมา แต่ตนไม่มีทอน จึงให้เขาเก็บเงินไว้ก่อนถึงจุดหมายแล้วค่อยว่ากัน

นางลมัยเล่าว่า จากนั้นให้ตนไปรับเครื่องเสียงที่ร้านใกล้โลตัสพระราม 2 โดยเขาขอลงก่อนกลางทางเพื่อไปทำธุระก่อน พร้อมกับอ้างว่าจะเชื่อใจตนได้อย่างไรว่าจะเอาเครื่องเสียงของเขาไปขายต่อหรือเปล่า ตนจึงบอกว่าตนไม่เคยโกงใคร จากนั้นเขาจึงขอยึดโทรศัพท์ตนไว้เป็นหลักประกัน ก่อนจะลงจากรถไป โดยที่ไม่ได้จ่ายค่ารถให้ตนด้วย แล้วตนก็หลงเชื่อทำตามที่เขาบอกทุกอย่างโดยไม่รู้ตัว

ด้านนายประพันธ์ให้การรับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุจริง แต่จำไม่ได้ว่าก่อเหตุมากี่ครั้งแล้ว ตระเวนเรียกแท็กซี่ตามที่ต่างๆ ไปเรื่อย โดยไม่เลือกว่าใครจะเป็นคนขับรถแท็กซี่ วันหนึ่งเคยก่อเหตุมากที่สุด 3 ครั้ง เมื่อได้ทรัพย์สินมาก็จะนำไปขาย เปลี่ยนเป็นเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เพราะไม่ได้มีอาชีพอะไร เมื่อเงินใกล้จะหมดก็ลงมือก่อเหตุต่อไปเรื่อยๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังกลุ่มคนขับแท็กซี่ทราบข่าวได้เดินทางมาดูตัวคนร้ายจำนวนมาก ซึ่งผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นคนขับแท็กซี่ในหลายพื้นที่ ทั้งกรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ ทยอยเข้าชี้ตัวผู้ต้องหา และจากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาพบว่ามีหมายจับของศาลอาญา คดีชิงทรัพย์ หมายจับแขวงดอนเมือง คดีลักทรัพย์ และหมายจับศาลอาญาตลิ่งชัน คดีลักทรัพย์อีกด้วย