หน้าแรก ภูมิภาค วิสาหกิจ&#821...

วิสาหกิจ’ท่าสะบ้าตรัง’ สกัดน้ำมันปาล์มแดง สู่ผลิตภัณฑ์คุณภาพ

22.08.25 | 15:47 น.

วิสาหกิจ’ท่าสะบ้าตรัง’
สกัดน้ำมันปาล์มแดง
สู่ผลิตภัณฑ์คุณภาพ


ที่กลุ่มวิสาหกิจแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันท่าสะบ้า ซึ่งเป็นกลุ่มที่เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันในตำบลท่าสะบ้า อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง ซึ่งมีสมาชิกประมาณ 30 คน ทำสวนปาล์มน้ำมันเนื้อที่รวมกว่า 500 ไร่ ได้สาธิตกระบวนการผลิตน้ำมันปาล์มแดง ผลิตภัณฑ์ต้นน้ำและกลางน้ำจากฝีมือของกลุ่มเกษตรกรสู่ผลิตภัณฑ์คุณภาพ ทั้งกินและใช้ ที่ผ่านการศึกษาค้นคว้า วิจัยและพัฒนา ทั้งเครื่องจักร กระบวนการผลิต สูตรและคุณภาพผลิตภัณฑ์ รวมทั้งบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ที่เหมาะกับโอกาสการใช้ มีทั้งขนาดใช้งานที่บ้านและขนาดพกพา

กระบวนการผลิตน้ำมันปาล์มแดงเริ่มตั้งแต่การเอาผลผลิตทะลายปาล์มมาจากต้น มาคัดเอาแต่เฉพาะเมล็ดปาล์มเข้าสู่กระบวนการผลิตน้ำมันปาล์มแดง หรือน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ เริ่มต้นด้วยการนำเอาเมล็ดปาล์มสดเข้าตู้อบเพื่อไล่ความชื้นออก แล้วนำเมล็ดที่ผ่านการอบไล่ความชื้นแล้ว เข้าเครื่องสกัดได้น้ำมันปาล์มแดงที่มีคุณภาพ เป็นน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ ส่วนเส้นใยและเมล็ดในปาล์มที่เหลือจากการสกัดน้ำมันปาล์มแดงแล้ว ก็นำไปเข้าเครื่องคัดแยกเส้นใยและเมล็ดในปาล์ม โดยเส้นใยปาล์มสามารถนำไปทำปุ๋ย ส่วนเมล็ดในปาล์มหากนำไปสกัดจะได้น้ำมันเมล็ดในปาล์ม (CPKO) ราคาขายจะสูงกว่าราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) เพราะเป็นน้ำมันคุณภาพสูงกว่า

Advertisement

ซึ่งขณะนี้ทางกลุ่มกำลังร่วมมือกับอาจารย์วิทยาลัยเทคนิคกระบี่ กำลังเร่งคิดค้นเครื่องจักรสกัดน้ำมันเมล็ดในปาล์มต่อไป โดยอาจารย์จากมหาวิทยาลัยจะศึกษาวิจัยพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต่อไปด้วย

นางจันทร์เพ็ญ ชิดเชื้อ อายุ 65 ปี ประธานวิสาหกิจแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันท่าสะบ้า หมู่ 3 ตำผลท่าสะบ้า กล่าวว่า กลุ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2564 โดยร่วมกับอาจารย์วิทยาลัยเทคนิคกระบี่ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยตรัง (มทร.ตรัง) ร่วมกันศึกษา วิจัย จนทำให้ได้เครื่องมือสกัดน้ำมันปาล์ม และได้ผลิตภัณฑ์มาตรฐานอย.แล้ว

ทั้งนี้ เมื่อสกัดน้ำมันปาล์มจากต้นจะได้ น้ำมันปาล์มแดงบริสุทธิ์ที่ไม่ผ่านกระบวนการทางเคมี และฟอกสี จะออกมาเป็นน้ำมันรวม ด้านบนเป็นสีแดง คือ น้ำมันโอเลอีน ส่วนด้านล่างน้ำมันสีเหลือง คือ ไขสเตียรีน ซึ่งสามารถกินสด หรือนำไปทำเป็นส่วนผสมในอาหารได้แล้ว แต่หากทำอาหารต้องใช้อุณหภูมิความร้อนต่ำ เพื่อรักษาคุณค่าทางอาหารของน้ำมัน ทั้งนี้ ในส่วนของน้ำมันปาล์มแดงได้ส่งไปวัดคุณภาพแล้วได้ค่าแคโรทีนอยด์ 1,010 PPM ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ และค่าวิตามินอี (โทโคไตรอีนอล) ประมาณ 700 PPM ซึ่งสูงกว่าค่าน้ำมันปกติ เพราะเราใช้วิธีสกัดด้วยวิธีธรรมชาติไม่ผ่านกรรมวิธี มีวิตามันอีและวิตามันเอยังสูงมาก ยังคงคุณค่าสารเบต้าแคโรทีน ที่สามารถต้านอนุมูลอิสระได้สูง

 

“น้ำมันปาลมโอเลอีนจึงเหมาะกับการบริโภค โดยทางกลุ่มทำผลิตภัณฑ์ได้หลายอย่าง เช่น น้ำมันปาล์มแดงบริสุทธิ์สำหรับกิน ทำอาหาร ขวด 250 กรัม ราคาขาย 200 บาท, ขนาด 500 กรัม (ครึ่งลิตร) ราคา 250 บาท, ขวดขนาด 1,000 กรัม หรือ 1 ลิตร ราคา 500 บาท และขนาดทดลองใช้ 100 กรัม ราคา 60 บาท ซึ่งหลังผลิตออกมาได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากสายคนรักสุขภาพ ซื้อไปก็ซื้อซ้ำ ซึ่งตลาดน้ำมันปาล์มแดงบริสุทธิ์ ในอนาคตทางกลุ่มตั้งเป้าจะพัฒนาให้เทียบเท่ากับน้ำมันมะกอก และน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น”

 

“และส่วนที่เหลือจากน้ำมันปาล์มโอเลอีน ก็คือ ส่วนสีเหลืองๆ คือ ไขสเตียรีน พอโดนความร้อนก็จะละลายออกมาเป็นสีแดงเหมือนกัน จากการศึกษาวิจัยพบว่ามีสารออกฤทธิ์ในการนำซึมเข้าใต้ผิวหนังได้ดี และออกฤทธิ์ในการรักษา ลดการอักเสบ จึงพัฒนาได้หลายผลิตภัณฑ์เพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อย และเครื่องสำอาง เช่น ไขปาล์ม ก็นำมาทำเป็นปาล์มนวด ใช้สำหรับการนวดผ่อนคลาย แก้ปวดเมื่อย, อะโรมา ในรูปแบบลูกกลิ้ง ใช้สำหรับการทากลิ้งเฉพาะจุด แก้ปวดเมื่อย ให้กลิ่นหอมกรุ่นทำผ่อนคลาย ราคาขวดละ 109 บาท, น้ำมันบำรุงผิว (BODY OIL) ราคาขวดละ 250 บาท, สบู่ก้อน, สบู่เหลว ที่ใช้น้ำมันธรรมชาติ ให้ความชุ่มชื้นกับผิวรักษาผดผื่นคัน เหมาะสำหรับคนผิวแห้ง ราคา 129 บาท และ 159 บาท และเซรั่ม น้ำมันปาล์มแดงผสมกับบัวบก ซึมเร็ว กลิ่นหอม”

นางจันทร์เพ็ญยังทิ้งท้ายอีกว่า สาเหตุที่รวมกลุ่มกัน เพราะที่ผ่านมาเกษตรกรชาวสวนปาล์ม ผลิตปาล์มน้ำมันได้ก็ส่งขายโรงงานเท่านั้น แต่ช่วงผลผลิตออกมากชาวสวนถูกกดราคา ผลผลิตล้นตลาด ปาล์มติดคิวขายหน้าโรงงานจำนวนมาก ทำเสียคุณภาพ ราคาปาล์มตก ปัญหาจึงอยู่กับเกษตรกรทำให้ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก จึงมองว่าเราสามารถดึงผลผลิตออกจากระบบมาแปรรูปเพิ่มมูลค่าทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไว้กิน ไว้ใช้เอง และพัฒนาผลิตภัณฑ์ทำเป็นธุรกิจเล็กๆ ในชุมชนของตนเอง และถือเป็นกลุ่มต้นแบบ รวมทั้งเกษตรกรยังสามารถทำได้ในครัวเรือน ผ่านวิธีการทำแบบง่ายได้ด้วย และหวังในอนาคตอาจเกิดอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มแดงสำหรับต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพื่อดึงผลผลิตปาล์มใช้ภายในประเทศให้มากขึ้น ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันเกิดความยั่งยืนในอาชีพเกษตรกร

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลได้ทางเพจ “Red Palm Oil at Trang น้ำมันปาล์มแดงโดยแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันตำบลท่าสะบ้า” ไอดีไลน์ redpalmoil หรือโทร 09-0947-9716