มทร.ล้านนา พิษณุโลก ค้นชื่อ ‘เกรียงไกร เพ็ชร์แก้ว’ เป็นน.ศ.รุ่น 15 แต่เรียนไม่จบ ไม่ยืนยันเอี่ยว‘หลวงพ่ออลงกต’
วันที่ 25 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกระแสตรวจสอบประวัติการศึกษาของ พระราชวิสุทธิประชานาถ (อลงกต ติกฺขปญฺโญ) หรือ หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ล่าสุดมีข้อมูลสอดคล้องกันหลายแหล่งว่า หลวงพ่อเคยศึกษาในสังกัด วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วิทยาเขตเกษตรพิษณุโลก หรือที่คนท้องถิ่นเรียกกันว่า “เกษตรบ้านกร่าง” (ปัจจุบันคือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก) ในระดับ ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ซึ่งสอดรับกับเอกสารประวัติและรายงานข่าวที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2568 ว่าหลวงพ่อนักศึกษาเกษตรบ้านกร่าง รุ่น 15 (พ.ศ. 2521–2523) โดยระบุชื่อเดิมว่า “เกรียงไกร เพ็ชร์แก้ว” และต่อมามีการใช้ชื่อ “อลงกต พูลมุข” ในช่วงหลัง

วันนี้เวลา 10.30 น. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ วิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.ล้านนา) วิทยาเขตพิษณุโลก เพื่อสอบถามเกี่ยวกับ ทะเบียนประวัติของนักศึกษา ที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับชื่อ “เกรียงไกร เพ็ชร์แก้ว” ในช่วงปีการศึกษา พ.ศ. 2521–2523
นายบุญฤทธิ์ สโมสร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก กล่าวว่า ขณะนี้กระแสแหล่งข่าวมาจากหลายทิศทางมาก ในส่วนของทางมหาวิทยาลัยเองก็พร้อมที่จะให้ข้อมูลและให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่ต้องตรวจสอบ เพื่อให้ประชาชนและทุกคน ได้รับข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง ในส่วนของ ตนเองตอนนี้เป็นคณะผู้บริหาร ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาพิษณุโลกซึ่งของเรามีทั้งหมด 6 พื้นที่พิษณุโลกก็เป็น 1ใน6 ส่วนท่านอธิการบดี จะประจำอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่

นายบุญฤทธิ์ กล่าวว่า แต่เดิมคนพิษณุโลกจะรู้จักที่นี่ในชื่อเกษตรบ้านกร่าง ตนเองมาอยู่ที่นี่เมื่อปี พ.ศ.2538 ซึ่ง ณ ตอนนั้นก็เป็นมหาวิทยาลัยแล้ว ซึ่งข้อมูลต่างๆ ในสมัยนั้น ก็ต้องไปค้นหาดูว่ายังมีอะไร ที่เป็นข้อมูลอยู่บ้าง ส่วนคำถามที่หลายคนสงสัย ว่า พระอลงกต เคยมาศึกษาอยู่ที่นี่จริงไหม ณ ตอนนี้ที่ตรวจสอบ คือไม่มีนิสิตชื่ออลงกต ในฐานข้อมูลนิสิต นักศึกษา
นายบุญฤทธิ์ กล่าวว่า ส่วนถ้าเป็นชื่อ อื่น ซึ่งมีกระแสออกมาว่าชื่อ นายเกรียงไกร เพ็ชร์แก้ว ถ้าชื่อนี้มีข้อมูลในทะเบียนนิสิต ซึ่งมีการลงทะเบียนเรียนในระดับปวช. 2521-2523ซึ่งถ้าเป็น ปวช.จะใช้เวลาเรียน 3 ปี ซึ่งในสมัยนั้นมีการลงทะเบียนเป็นจำนวนมาก มีประชาชนจากทั่วทุกภาคที่มาเรียนที่นี่
“จากข้อมูลที่ผมมี เท่าที่ทำการสืบค้นได้ ปกติแล้วเรียน 3ปีจะมีด้วยกันทั้งหมด 6 เทอม แต่ของนายเกรียงไกรฯ ในเทอมสุดท้ายไม่มีเกรดเพราะไม่มีการลงทะเบียนเรียน ถ้าไม่มีเกรดแบบนี้ตามหลักสูตรแล้วก็จะถือว่าเรียนไม่จบหลักสูตร เพราะว่ามีเกรดแค่เพียง 5 เทอมเท่านั้น แต่เทอมที่6ไม่มี ก็คือเอาง่ายๆว่าถ้าเป็นลักษณะนี้คือถือว่าเรียนไม่จบหลักสูตรปวช. จากทางเกษตรบ้านกร่างในสมัยนั้น” นายบุญฤทธิ์ กล่าว

ข้อมูล ระบุว่า จากเพื่อนที่เรียนด้วยกัน ก็พบว่านายเกรียงไกร หายไป ไม่มีการติดต่อกัน ส่วนระยะหลังๆ ที่เห็นว่าพระอลงกต ได้มาทำบุญร่วมกับทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา สืบเนื่องจากปี 2540 ช่วงนั้นโรคเอดส์แพร่ระบาด ซึ่งทางมหาวิทยาลัยเองต้องการให้นักศึกษามีจิตสำนึก ในการดูแลสังคม หรืออยู่ร่วมกับผู้ป่วยโรคเอดส์ จึงติดต่อหาวิทยากร ที่จะมาบรรยายเกี่ยวกับโรคนี้ จึงมีข้อมูลว่าทางวัดพระพุทธบาท น้ำพุ มีข้อมูลเกี่ยวกับโรคเอดส์ และทางวัดได้ดูแลเกี่ยวกับผู้ป่วยเอดส์ ทางมหาวิทยาลัยจึงมีการประสานไปยังวัดพระพุทธบาทน้ำพุ
ซึ่งตอนนั้น ทางวัดแจ้งว่า เจ้าอาวาสขณะนั้นดีใจมาก และได้มีการตอบรับมาเป็นวิทยากรให้ ซึ่งในการมาบรรยายปีแรก ทางมหาวิทยาลัยได้ใช้จ่ายเงินเป็นค่าวิทยากรเพียงหลักร้อย ท่านก็ยินดีมาบรรยายให้หลังจากนั้นกิจกรรมก็จัดต่อเนื่องมาเป็นทุกปี แต่มาแต่ละครั้งท่านเองก็ไม่เคยบอกว่าเคยเรียนหรือศึกษาที่นี่ ไม่เคยพูดถึงว่าเรียนจบที่นี่ อาจารย์เองก็ไม่ทราบ เพื่อนร่วมรุ่นเองก็ไม่ทราบ
โครงการนี้ใช้ชื่อว่า โครงการธรรมรักษ์ กับหัวใจสีขาว ยังคงจัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีเรื่อยมา ในช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี โดยจะมีการออกรับบิณฑบาต โปรดญาติโยมตามตลาดสดในเขตอำเภอเมืองพิษณุโลกและมีการบรรยายธรรมะกิจกรรมเกี่ยวกับธรรมะที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก โดยครั้งล่าสุดคือครั้งที่ 28 จัดเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งมาแต่ละครั้งท่านเจ้าคุณอลงกตฯ ก็ปฏิบัติกิจของสงฆ์ตามปกติ

ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม นายบุญฤทธิ์ ว่ารู้สึกอย่างไรหลังจากมีข่าวเกี่ยวกับเจ้าคุณอลงกต และอนาคตจะมีกิจกรรมจัดร่วมกับวัดพระพุทธบาทน้ำพุ ต่อไปหรือไม่ ตน ก็ยังมีความศรัทธาในตัวของพระอลงกต ซึ่งตราบใดที่ยังไม่มีการตัดสินว่าท่านผิด ตนก็ยังมีความศรัทธา ส่วนกิจกรรมจะร่วมกันต่อไหม ก็ต้องคุยกันกับคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย แต่ดูจากข้อมูลของข่าวที่นำเสนอกันออกมาแล้ว ยังมีความซับซ้อนเยอะ ตนเองยังไม่รู้ว่าเรื่องไหนคือเรื่องจริงเรื่องไหนคือเรื่องเท็จ
ด้านประวัติสถาบันการศึกษา วิทยาเขตเกษตรพิษณุโลก เดิมสังกัด วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา ต่อมาได้รับพระราชทานชื่อใหม่เป็น “สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตพิษณุโลก” และภายหลัง (พ.ศ. 2548) เป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก ตามพระราชบัญญัติ ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน


