หน้าแรก ภูมิภาค นายกเล็ก &#82...

นายกเล็ก ‘พยัคฆภูมิพิสัย’ แจงยิบ คลิปขู่แจ้งความ ‘อาสาฯดับไฟ’ ชี้จู่ๆ โผล่มา ทำควันโดนจนท.สำลัก

25.08.25 | 18:01 น.

นายกเล็ก ‘พยัคฆภูมิพิสัย’ แจงยิบ คลิปขู่แจ้งความอาสาฯดับไฟ ซัดจู่ๆ โผล่มาทำรวน

จากกรณี ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์คลิปเหตุการณ์ระหว่างเข้าช่วยเหลือระงับเหตุเพลิงไหม้ ในพื้นที่ อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม โดยในคลิปปรากฏภาพอ้างว่าเป็น “นายกเทศมนตรี” สั่งให้ดับเครื่องและขู่จะแจ้งความดำเนินคดี เนื่องจากมองว่าการฉีดน้ำทำให้เกิดควันรบกวนในพื้นที่


โดยผู้โพสต์ระบุว่า “อาสาไปด้วยใจ ไม่ได้เรียกร้องอะไรเลยครับ เพราะไปช่วยไม่ได้ไปเอาหน้า ไปที่เกิดเหตุรายงานตัวทุกครั้ง อยู่ๆ มาสั่งดับเครื่อง ไฟก็ยังไม่ดับ จะแจ้งความจับอาสา ฉีดน้ำเพราะควันไปหา ผมอยากให้รู้จักกับคำว่าใช้หัวฉีดระบายควันหน่อยนะครับ ให้วิดีโอบรรยาย เหตุเพลิงไหม้พยัคฆภูมิพิสัย รอออกทีวีได้เลยครับท่าน”

ซึ่งภายหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ก็มีหลายคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น ให้กำลังใจอาสากู้ภัย บางข้อความอยากให้มีการทำความเข้าใจกัน ระหว่างเจ้าหน้าที่กับอาสาฯ ซึ่งในการเข้าช่วยเหลือในเหตุการณ์ไม่มีใครอยากให้เกิดความเข้าใจผิด และต้องทำให้ประชาชนปลอดภัย

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง นายบดินทร ศรีชัย นายกเทศมนตรีตำบลพยัคฆภูมิพิสัย ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยนายบดินทรกล่าวว่า เมื่อวานนี้ตนได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยฯ ว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ ตอนนั้นตนเองกำลังทำบุญงานครบรอบ 100 วันแม่ของตนที่บ้าน จึงได้รีบออกมาบัญชาการเหตุการณ์ พบกับนายอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย และ ผกก.สภ.พยัคฆภูมิพิสัย ที่มาร่วมดับไฟ โดยใช้เวลาในการควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนจะระบายควัน โดยได้ขอกำลังรถดับเพลิงจาก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบต.ทุก อบต.ในเขต อ.พยัคฆภูมิพิสัย ซึ่งทุกหน่วยงานได้มารายงานตัวกับตนเอง ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ แต่ทีมอาสาที่นำคลิปไปโพสต์นั้น ไม่ได้มารายงานตัวกับตน ตนไม่ทราบว่าเป็นใครมาจากไหน

Advertisement

ในช่วงเหตุการณ์ตามคลิปที่ปรากฏ ตนให้เจ้าหน้าที่ของเทศบาลฯ เอารถแบ๊กโฮไปเปิดฝาผนัง เพื่อที่จะระบายควัน ซึ่งตอนนั้นสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้แล้ว ต้องการที่จะระบายควันเพื่อเข้าไปเคลียร์พื้นที่ด้านใน

ตนในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์จึงได้สั่งการให้ฉีดน้ำระบายควันออกไปทางด้านหลังของอาคาร เพื่อให้รถแบ๊กโฮทำงานได้ง่ายและไม่เกิดอันตรายระหว่างการทำงาน จากนั้นทีมอาสาก็มา ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่ามาจากไหน มาถึงลงเครื่อง ดึงสายเข้าไปฉีดน้ำดำเนินการที่ด้านหลัง แต่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ด้านหน้า ทำให้ควันไฟลอยไปยังด้านหน้าที่มีเจ้าหน้าที่ทำงานอยู่ ทำให้เจ้าหน้าที่สำลักควันไฟ

ตนจึงได้ให้เจ้าพนักงานป้องกันฯ ไปบอกให้ทีมอาสาหยุดดำเนินการ โดยไปบอกถึง 2 ครั้ง แต่เขาก็ไม่หยุด จนได้เดินไปบอกเองในครั้งที่ 3 ซึ่งยอมรับว่าตอนนั้นก็มีอารมณ์โมโห เพราะกำลังปฏิบัติงานอยู่ เลยบอกไปว่า “ถ้าไม่หยุดผมแจ้งความนะ” พอดีตำรวจเดินมา ก็เลยเดินไปบอกตำรวจ จากนั้นก็ไปดูหน้างานต่อ ณ วินาทีนั้น ตนต้องเซฟเจ้าหน้าที่ป้องกันฯ ของ อบต. ของเทศบาลที่มาทำงาน ต้องให้ทุกคนปลอดภัย เพราะหากเกิดเหตุที่ไม่พึงประสงค์ขึ้นมา คนที่รับผิดชอบก็คือตน

อีกประเด็นที่บอกว่าตนเองเมาเหล้า ชี้แจงว่า ตนไปทำบุญครบรอบ 100 วันของแม่ ตอนเช้ารับแขก พระจะสวดก็จุดธูปเทียนบูชา พระสวดให้ศีลได้แค่ 2 ข้อ ทางงานป้องกันเทศบาลตำบลพยัคฆ์ฯ ได้โทรศัพท์มาแจ้งตนว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ ก็เลยต้องรีบออกมา ไม่มีเวลาไปกินไปดื่มเหล้า ซึ่งปกติแล้วก็ไม่ค่อยดื่ม นานๆ จะดื่มสักที

ในส่วนของประเด็นที่ว่าตนได้แจ้งความจับกู้ภัยนั้น ข้อเท็จจริงก็คือ ตนได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.พยัคฆภูมิพิสัย ภายหลังจากที่มีคลิปเผยแพร่ลงไปในโซเชียลแล้ว กรณีที่ทำให้ตนเกิดความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง โดยนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าในระบบคอมพิวเตอร์ (พ.ร.บ.คอมพ์) แต่ในช่วงของการปฏิบัติงานนั้นที่บอกว่าจะแจ้งความนั้น ไม่ได้แจ้งในประเด็นของการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ได้ติดใจ เพราะช่วงที่บอกให้หยุด ทางทีมอาสาก็หยุดแล้ว ส่วนทางตำรวจจะเรียกทีมอาสากู้ภัยที่โพสต์มาให้ข้อมูล หรือมาสอบข้อเท็จจริงอะไรก็ให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ