หน้าแรก ภูมิภาค เอ็นจีโอ บุกร...

เอ็นจีโอ บุกรังกะเหรี่ยงดีเคบีเอ ช่วยเหยื่อค้ามนุษย์ เกือบร้อยราย รวมคนท้อง ถูกชาวจีนกักขัง

25.08.25 | 20:41 น.

เอ็นจีโอ บุกรังกะเหรี่ยงดีเคบีเอ ช่วยเหยื่อค้ามนุษย์ 90 ราย รวมคนท้อง ถูกชาวจีนกักขัง บางรายพิการ-ตาบอด

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.เจ กฤติญา ผู้ประสานงานเครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ พร้อมคณะฯ ได้เดินทางไปพบผู้นำกองกำลังกะเหรี่ยงพุทธประชาธิปไตย หรือ DKBA (Democratic Karen Buddhist Army)

ประกอบด้วย พล.ต.ซอ ส่วย วะ รองผู้บัญชาการทหารกองกำลัง DKBA และ พล.จ.ซอ ซาน อ่อง ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารกองกำลัง DKBA เพื่อติดตามการช่วยเหลือผู้เสียหายจำนวน 90 คน ที่ร้องขอความช่วยเหลือมานานกว่า 7 เดือนแล้ว และยังคงถูกมาเฟียจีนกักขังและทรมานอย่างต่อเนื่อง กำลังรอความช่วยเหลือ ผู้เสียหายดังกล่าวอยู่ในสามพิกัด คือ

1.บริษัท Hong Tai ตั้งอยู่บริเวณช่องแคป มีผู้เสียหายขอความช่วยเหลือ 27 คน เป็นชาวเอธิโอเปีย 14 คน ชาวเวียดนาม 3 คน และชาวจีน 10 คน ถูกบังคับให้ทำงานต่อเนื่อง ทารุณกรรม ไม่สามารถติดต่อโลกภายนอกได้

2.บริษัท Hexin อยู่ห่างจากบริเวณ Thabawtboe ไปประมาณ 10 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 13 นาที มีผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือออกมาจากบริษัทนี้หลายครั้งตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่กลุ่มที่ตกค้างยังถูกมาเฟียจีนบังคับให้เป็นสแกมเมอร์ ทำงานแทบไม่มีเวลาหยุดพัก หากผู้เสียหายไม่ยอมทำงานก็ถูกกักขัง

Advertisement

บางคนถูกใส่กุญแจมือนานถึงสองเดือน ไม่ได้อาบน้ำ และได้กินเพียงเศษอาหาร มาเฟียจีนข่มขู่ว่าไม่มีใครสามารถช่วยพวกเขาได้ ไม่เว้นแม้แต่หญิงตั้งครรภ์ หลายคนพยายามฆ่าตัวตาย พิกัดนี้มีผู้เสียหาย 20 คน เป็นชาวฟิลิปปินส์ 14 คน ไต้หวัน 1 คน ไนจีเรีย 1 คน เอธิโอเปีย 2 คน และแคเมอรูน 2 คน

3.Deko Park ตั้งอยู่ที่วาเล่ย์ ห่างจากสะพานวาเล่ย์เพียง 4 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 10 นาที มีผู้เสียหายที่ถูกทารุณกรรมอย่างต่อเนื่อง 43 ราย เป็นชาวเอธิโอเปีย 26 ราย ยูกันดา 2 ราย ปากีสถาน 3 ราย แทนซาเนีย 1 ราย อินโดนีเซีย 2 ราย จีน 7 ราย ไนจีเรีย 1 ราย และแอฟริกัน 1 ราย

โดยบางรายถูกทำร้ายจนสูญเสียอวัยวะ เช่น ตาบอด และชาวปากีสถานรายหนึ่งมือพิการใช้การไม่ได้ นอกจากนี้ ยังมีการข่มขู่เรียกค่าไถ่จากญาติพี่น้องอีกด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเครือข่ายฯ ได้ประสานติดตามการช่วยเหลือผู้เสียหายทุกกลุ่มมาโดยตลอด เนื่องจากผู้เสียหายเหล่านี้ได้ประสานไปทางสถานทูตของตนเอง รวมทั้งกระทรวงการต่างประเทศไทย และเมียนมา นานหลายเดือนแต่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ จึงได้ร้องขอความช่วยเหลือมายังเครือข่ายฯ

โดยผู้เสียหายส่วนใหญ่ที่เราส่งรายชื่อไปทั้งในเขตกองกำลัง DKBA. และ BGF. ทยอยได้รับการช่วยเหลือ เข้าสู่กระบวนการส่งกลับตามขั้นตอนที่กำหนดขึ้นเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยส่งผ่านทางสะพานมิตรภาพไทย เมียนมา แห่งที่ 2 จ.เมียวดี

น.ส. เจ กฤติญา กล่าวต่อว่า น่าเสียดาย ที่ไม่มีการเก็บข้อมูลหรือเข้าสู่กระบวนการNRM.ในประเทศไทย ทำให้เราไม่มีข้อมูลใดๆที่จะช่วยป้องกัน และนำไปสู่ความร่วมมือทางกฎหมายในการดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ การติดตามการช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ทั้งสามพิกัดวันนี้ นับจากที่พบกับ พล.ต.ซอ ส่วย วะ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา หลังจากนั้นได้เกิดเหตุน้ำท่วม และเป็นช่วงที่มีพิธีผูกข้อมือของกะเหรี่ยงในชุมชนต่างๆ รวมถึงการสู้รบต่อเนื่อง ทำให้การช่วยเหลือล่าช้า

ล่าสุดเครือข่ายฯ ได้ประสานส่งมอบสิ่งของจำเป็นเพื่อบรรเทาความกดดันให้กับผู้เสียหายที่กำลังจะได้รับการช่วยเหลือระหว่างรอเข้าสู่กระบวนการส่งกลับ และเพื่อลดภาระของDKBA. ในการดูแลผู้เสียหาย อีกทั้งประสานงานกับสถานทูตของผู้เสียหายแต่ละประเทศอย่างใกล้ชิดเพื่อให้การส่งกลับเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ เครือข่ายฯ ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือ และหวังว่าญาติพี่น้องและครอบครัวของผู้เสียหายจะได้รับข่าวดีในเร็วๆนี้