พ่อแม่ พลทหารอดิศร ภูมิใจลูกทำเพื่อชาติ ร่ำไห้ 3 วันก่อนลูกชายพูดเป็นลาง ก่อนเหยียบกับระเบิดขาขาด
เมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 27 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 25 หมู่ที่ 5 บ้านบุไท ต.ทุ่งสว่าง อ.ประทาย จ.นครราชสีมา พบกับนายไหล ป้อมกลาง อายุ 56 ปี และนางเสาวลักษณ์ ป้อมกลาง อายุ 46 ปี ซึ่งเป็นพ่อและแม่ของ พลทหารอดิศร ป้อมกลาง อายุ 22 ปี สังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 23 ที่เหยียบกับระเบิดขณะปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ปราสาทตาควาย ได้รับบาดเจ็บสาหัสขาขวาท่อนล่างขาด และมีญาติพี่น้องมาให้กำลังใจพ่อกับแม่ของพลทหารอดิศร เป็นจำนวนมาก
นางเสาวลักษณ์ แม่ของพลทหารอดิศร เล่าด้วยน้ำตานองหน้า ว่า ตนมีลูกชาย 2 คนพลทหารอดิศร เป็นลูกชายคนเล็ก เมื่อปี 2567 ลูกชายไปเกณฑ์ทหารและจับได้ใบแดง และเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการผลัด2 เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 สังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 23 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา ต่อมาลูกชายได้ไปประจำการอยู่ที่ชายแดน จ.สุรินทร์โดยก่อนไปเป็นทหารลูกชายได้แต่งงานกับ น.ส.กฤตติพร อายุ 21 ปี มีลูกสาว 1 คน อายุ 3 ขวบ นาง

เสาวลักษณ์เล่าต่อว่า ก่อนที่ลูกชายจะเดินทางไปทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของไทยที่ชายแดนจ.สุรินทร์ตนได้ตัดชายผ้าถุงให้ลูกชายพกติดตัวไว้เพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ให้แคล้วคลาดปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ แต่เมื่อประมาณ 3 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 19.00 น. ลูกชายโทรศัพท์มาหาบอกว่าทำชายผ้าถุงแม่หล่นหายขณะออกลาดตระเวนไม่รู้ว่าไปหล่นที่ไหน แม่เลยบอกว่าไม่เป็นไรหรอกแม่เป็นกำลังใจให้ลูก ให้ลูกเข้มแข็งนะ
เสาวลักษณ์ กล่าวต่อว่า จนเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น.วันนี้(27 ส.ค.68) มีโทรศัพท์โทรมาหาแม่ 3 สาย แต่แม่ไม่ได้รับเพราะกลัวว่าจะเป็นมิจฉาชีพ จนเป็นครั้งที่ 4 แม่จึงตัดสินใจรับสาย ปลายสายแจ้งว่าลูกชายแม่คือพลทหารอดิศรฯ เหยียบกับระเบิดขาขาด ให้แม่ทำใจดีๆ ตอนแรกแม่ก็ไม่เชื่อ เช็กข้อมูลจนแน่ชัดว่าเป็นเรื่องจริง แม่กับพ่อและทุกคนในครอบครัวตกใจมาก แต่ก็ยังดีใจที่ลูกชายยังมีชีวิตอยู่ และปลื้มใจที่ลูกชายทำหน้าที่ทหารไทยได้อย่างเต็มความสามารถด้วยความภาคภูมิใจเพื่อรักษาผืนแผ่นดินไทยเอาไว้
เช้ามืดของวันที่ 28 สิงหาคม 2568 ทางครอบครัวจะออกเดินทางไปเยี่ยมพลทหารอดิศรฯที่โรงพยาบาลสุรินทร์ โดยมีพนมศิลป์ ถินนอก ผู้ใหญ่บ้านฝาผนัง หมู่ที่ 6 ต.ทุ่งสว่าง อ.ประทาย จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นญาติกันจะขับรถตู้พาครอบครัวไปโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด


