หน้าแรก ภูมิภาค ชัยนาท เปิดสา...

ชัยนาท เปิดสายด่วน รับมือน้ำท่วม 24 ชม. หลังน้ำเหนือทะลักเจ้าพระยาแตะ 1,500 ลบ.ม./วิ

28.08.25 | 08:21 น.

ชัยนาท เปิดสายด่วน รับมือน้ำท่วม 24 ชม. หลังน้ำเหนือทะลักเจ้าพระยา 1,574 ลบ.ม./วิ จ่อระบายแตะ 1,500 ลบ.ม. เตือนพื้นที่ท้ายเขื่อนจับตาระดับน้ำ


เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม จากสถานการณ์ฝนตกชุกจากอิทธิพลของพายุคาจิกิ ทำให้พื้นที่ จ.ชัยนาทและจังหวัดเหนือเขื่อนเจ้าพระยา มีฝนตกหนักทุกวัน ทำให้หน่วยงานราชการเฝ้าจับตาและประเมินสถานการณ์แบบรายวัน เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถาการณ์ โดย อบจ.ชัยนาทก็เตรียมความพร้อม โดย นางจิตรธนา ยิ่งทวีลาภา นายก อบจ.ชัยนาท ได้สั่งการตั้งศูนย์สายด่วน 084-290-0421 รับแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือจากสถานการณ์น้ำ พายุฝน และภัยพิบัติต่างๆ โดยให้มีเจ้าหน้าที่คอยรับโทรศัพท์สายด่วน และมีชุดปฏิบัติการกู้ภัยและบรรเทาสาธารณภัยพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชม.

ขณะที่สถานการณ์น้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท กุญแจสำคัญในการบริหารจัดการน้ำลุ่มภาคกลาง ล่าสุด พบว่าน้ำเหนือที่ไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยา ยังคงมีอัตราสูงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าน้ำส่วนหนึ่งถูกตัดยอดผันเข้าทุ่งบางระกำ จ.พิษณุโลก และพื้นที่แก้มลิงเหนือเขื่อนแล้วก็ตาม โดยที่จุดวัดน้ำ C2 หน้าค่ายจิรประวัติ อ.เมืองนครสวรรค์ วัดได้ 1,574 ลบ.ม./วิ ระดับน้ำเหนือเขื่อน ลดระดับลง 7 ซม.ในรอบ 24 ชม.วัดได้ 15.46 ม.รทก. (เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง) โดยเขื่อนเจ้าพระยาได้คงอัตราการระบายไว้ที่ 1,300 ลบ.ม./วิเป็นวันที่ 4 เพื่อรอประเมินสถานการณ์และมวลน้ำเหนือที่กำลังไหลหลากลงมา โดยมีแผนที่จะเพิ่มการระบายขึ้นไปถึงเกณฑ์ 1,500ลบ.ม./วิ เพื่อสร้างพื้นที่ว่างในลำน้ำ รองรับรับมวลน้ำจากฝนที่จะตกหนักจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนคาจิกิ ซึ่งจะมีฝนตกหนักทางตอนบนของประเทศระหว่างวันที่ 28 ส.ค.-2 ก.ย. และลดผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อน โดยระดับน้ำท้ายเขื่อนทรงตัวในรอบ 5 วัน วัดได้ 12.38 ม.รทก.

Advertisement

โดยทางราชการย้ำเตือนพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำท้ายเขื่อน ในคลองโผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง คลองบางบาล อ.บางบาล ต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งริมตลิ่งแม่น้ำน้อย ในพื้นที่ จ.อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา ขอให้เฝ้าสังเกตความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ ที่มีแนวโน้มจะยกตัวขึ้นได้อีก 5-10 ซ.ม.ใน 24 ชม.ข้างหน้า และควรติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิดต่อไป