ปภ.สรุปฤทธิ์คาจิกิ 4 วัน ซัด 12 จว. เสียชีวิต 5 เจ็บ 15 สูญหาย 7 ปัจจุบันยังมีสถานการณ์อยู่ใน 8 จว. กระทบ 1,600 ครัวเรือน
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานการประชุม Situation Awareness Team (SAT) ติดตามสถานการณ์และผลกระทบจากพายุ “คาจิกิ” โดยมีผู้แทนจากกรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมชลประทาน กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงสาธารณสุข บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย เข้าร่วมประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

นายสหรัฐ เปิดเผยว่า อิทธิพลของพายุ “คาจิกิ” ที่เกิดขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 24 สิงหาคมจนถึงปัจจุบัน เกิดสถานการณ์อุทกภัยและดินสไลด์ในพื้นที่รวม 12 จังหวัด (จ.พะเยา น่าน แพร่ ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ เลย และนครพนม) รวม 28 อำเภอ 76 ตำบล 238 หมู่บ้าน เบื้องต้นประชาชนได้รับผลกระทบ 1,808 ครัวเรือน 6,354 คน มีผู้เสียชีวิต 5 ราย ผู้บาดเจ็บ 15 ราย สูญหาย 7 และยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ เชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน และอุตรดิตถ์ รวม 21 อำเภอ 66 ตำบล 209 หมู่บ้าน เบื้องต้นประชาชนได้รับผลกระทบ 1,647 ครัวเรือน 5,781 คน ซึ่งบางพื้นที่มีการติดตามการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง อาทิ จ.แม่ฮ่องสอน ที่เส้นทางการสัญจรและคอสะพานได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลากกัดเซาะ ทำให้รถไม่สามารถสัญจรผ่านได้ และบางพื้นที่ระดับน้ำมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น ได้แก่ แพร่และสุโขทัย

นายสหรัฐ กล่าวว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ขอเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนดูแลและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ส่วนในพื้นที่ที่มีสถานการณ์หรือมีความเสี่ยงให้เร่งระดมสรรพกำลังจากทุกภาคส่วน จัดชุดปฏิบัติการเข้าคลี่คลายสถานการณ์ โดยเฉพาะการดูแลด้านการดำรงชีพและจัดตั้งโรงครัวเพื่อประกอบอาหารที่มีคุณภาพ และแจกถุงยังชีพที่ได้มาตรฐาน สำหรับเส้นทางคมนาคมที่ได้รับความเสียหายจนไม่สามารถใช้ยานพาหนะสัญจรได้ ให้ประสานพื้นที่จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกติดตั้งป้ายเตือน ป้ายแนะนำเส้นทางเลี่ยงที่ปลอดภัย พร้อมสนับสนุนทรัพยากร เครื่องจักรกลสาธารณภัย อาทิ สะพานเบลีย์ อุปกรณ์ และยานพาหนะต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหา

นายสหรัฐ กล่าวต่อว่า สำหรับระบบสื่อสารที่มีปัญหาให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขระบบการสื่อสารให้กลับมาใช้การได้ตามปกติโดยเร็ว และที่สำคัญ ขอให้จังหวัดตรวจสอบเงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด หากไม่เพียงพอ ขอให้รวบรวมข้อมูลเพื่อขออนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน มายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยโดยเร็ว เพื่อจะได้ประสานไปยังกรมบัญชีกลางในการขยายวงเงินทดรองราชการต่อไป นอกจากนี้เน้นย้ำพื้นที่สร้างการรับรู้แก่ประชาชน โดยเฉพาะสถานการณ์และช่องทางการขอรับความช่วยเหลือ รวมถึงการตอบโต้ข่าวลือ (Fake news) ให้กับประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง และไม่หลงเชื่อข่าวปลอมที่สร้างความสับสน
นายสหรัฐ กล่าวอีกว่า สำหรับจังหวัดที่สถานการณ์ได้คลี่คลายแล้ว ให้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าช่วยเหลือฉีดล้างทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่สาธารณะ พร้อมเร่งสำรวจความเสียหายและจัดทำบัญชีความเสียหายทุกด้าน เพื่อให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว ส่วนจังหวัดที่ยังคงมีสถานการณ์อยู่ ขอให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณเขตในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมออกปฏิบัติการทันที หากเกิดสถานการณ์หรือได้รับการประสาน เพื่อให้ประชาชนผู้ประสบภัยได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและทันท่วงที ทั้งนี้ จะประสานการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วนอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว และหากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากสาธารณภัย สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” โดยเพิ่มเพื่อนจาก Line ID @1784DDPM หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานการให้ความช่วยเหลือต่อไป


