พบศพปริศนาริมน้ำน่าน ร่างถูกสัตว์กัดแทะเหลือครึ่งท่อน คาดเป็นหญิงวัย52 ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ที่หายตัวไปเมื่อวันที่ 23 ส.ค. ที่ญาติประกาศตามหา
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 สิงหาคม ศูนย์วิทยุ 191 รับแจ้ง สว.สอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งพบร่างมนุษย์ลอยมาติดกอพงหญ้าริมแม่น้ำน่าน บริเวณเชิงสะพานเอกาทศรถ ร.ต.อ.สมศักดิ์ ขอเทียม รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก จึงประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลพุทธชินราช พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัย สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ เข้าตรวจสอบ
ในที่เกิดเหตุ บริเวณกอพงหญ้าขนาดใหญ่ริมแม่น้ำน่าน ด้านหลังตลาดไนท์บาร์ซ่า อาคาร 2 เชิงสะพานเอกาทศรถ พบประชาชนจำนวนมากยืนดูเหตุการณ์ จึงได้ทำการกันที่เกิดเหตุ ระหว่างนั้นมีคนหาปลาอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงจึงได้ทำการประสานขอใช้เรือหางยาวรีบดำเนินการนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากจุดก่อเหตุซึ่งเป็นป่าพง และมีตัวเงินตัวทองเจ้าถิ่นจำนวนมากอยู่ใกล้เคียงบริเวณร่างผู้เสียชีวิต

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่าร่างดังกล่าวเป็นหญิงมีสภาพเปื่อยยุ่ย เหลือเพียงครึ่งร่างด้านล่างสวมกางเกงขาสั้น 5 ส่วนที่ดำ-ขาว ส่วนครึ่งร่างด้านบนมีร่องรอยจากการถูกสัตว์แทะประกอบกับร่างเปื่อยยุ่ย เหลือแต่โครงกระดูกและกะโหลกศีรษะ จึงได้นำร่างขึ้นมาและส่งนิติเวชโรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก
ซึ่งก่อนหน้านี้ ในช่วงวันที่ 23 ส.ค.2568 ได้มีญาติของ นางสาวมณีพัชชา อายุ 52 ปี ชาวบ้าน อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ได้โพสตามหาตัวเนื่องจากหายตัวออกจากบ้านในพื้นที่ชาติตระการ โดยเขียนโน้ตแปะไว้ที่บ้านว่า “ไปหาหมอที่พิดโลกก่อนนะ ไปรถเมล์ เดี๋ยวมา” และได้ขับรถจักรยานยนต์ไปจอดไว้ที่ ขนส่งชาติตระการก่อนจะขาดการติดต่อไป
จนกระทั่งวันที่ 24 ส.ค.2568 ช่วงเช้ามีคนที่มาวิ่งออกกำลังกายที่สวนชมน่านพิษณุโลก ได้พบกับถุงผ้าสีเขียว ภายในบรรจุบัตรประจำตัวประชาชนของนางสาวมณีพัชชา พร้อมด้วยเงินสดจำนวนหนึ่ง และรองเท้า บริเวณริมน้ำน่าน เยื้องๆกับไปรษณีย์(ริมน้ำ)
ทางญาติจึงสงสัยว่าอาจจะกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย เนื่องจากพบว่า นางสาวมณีพัชชา นั้นรักษาตัวด้วยอาการโรคซึมเศร้าอยู่ด้วย จึงได้ทำการร้องขอไปยัง มูลนิธิประสาทบุญสถานเพื่อนำเรือออกค้นหา ตั้งแต่เวลา 13.00-18.00 น. ของวันที่ 28 ส.ค.68 แต่ต้องยุติภารกิจเนื่องจากเป็นช่วงเวลาเย็น และระดับน้ำในแม่น้ำน่านเพิ่มปริมาณขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งมาพบร่างหญิงปริศนาในเช้าวันนี้

ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการติดต่อไปสานไปยังครอบครัวของ นางสาวมณีพัชชา เพื่อให้มายืนยันตัวตนว่าร่างที่พบในแม่น้ำจะใช่นางสาวมณีพัชชาฯ หรือไม่ เนื่องจากสภาพที่พบเหลือเพียงครึ่งตัวล่างไม่สามารถระบุตัวตนได้ ต้องมีการตรวจเทียบ DNA หากตรวจสอบแล้วเป็นบุคคล คนเดียวกัน ก็จะมอบร่างให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนาต่อไป


